รีเซต

ฟันผุตอนเด็ก เพิ่มโอกาสเป็นโรคหัวใจตอนโต ถึง 45 เปอร์เซนต์

ฟันผุตอนเด็ก เพิ่มโอกาสเป็นโรคหัวใจตอนโต ถึง 45 เปอร์เซนต์
TNN ช่อง16
17 กรกฎาคม 2569 ( 11:46 )
13

การชวนเด็กแปรงฟันอาจเป็นหนึ่งในภารกิจสุดหินของพ่อแม่หลายบ้าน แต่ถ้าต้องเลือกว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องไหนเป็นพิเศษ งานวิจัยใหม่ชี้ว่า "สุขภาพช่องปาก" อาจเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับความพยายาม เพราะมันไม่ได้ส่งผลแค่กับฟันในวันนี้ แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจในอนาคตอีกด้วย

งานวิจัยค้นพบอะไร

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Cardiology เมื่อเดือนเมษายน 2026 โดยนักวิจัยจากเดนมาร์กและสหราชอาณาจักร วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของประชากรเกือบ 569,000 คน ซึ่งติดตามต่อเนื่องนานสูงสุดถึง 23 ปี เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพช่องปากในวัยเด็กกับความเสี่ยงโรคหัวใจเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

ก่อนหน้านี้ มีหลักฐานจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าสุขภาพช่องปากของผู้ใหญ่สัมพันธ์กับโรคหัวใจ แต่ผลกระทบระยะยาวจากสุขภาพช่องปากตั้งแต่วัยเด็กยังมีข้อมูลไม่มากนัก นักวิจัยจึงนำข้อมูลเรื่องฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในวัยเด็ก มาเปรียบเทียบกับการเกิดโรคหัวใจ หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองในภายหลัง

ผลลัพธ์พบว่า เด็กที่มีฟันผุรุนแรงมีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจเมื่อโตขึ้นมากกว่าคนที่มีสุขภาพฟันดี และเด็กที่มีปัญหาเหงือกอักเสบมากก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน ยิ่งปัญหาสุขภาพช่องปากรุนแรง ความเสี่ยงของโรคหัวใจก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

เมื่อแยกตามเพศ พบว่า ผู้หญิงที่เคยมีปัญหาฟันรุนแรงในวัยเด็ก มีโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นถึง 45% ขณะที่ผู้ชายมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 32%

นักวิจัยสรุปว่า สุขภาพช่องปากที่ไม่ดีในวัยเด็ก โดยเฉพาะฟันผุหรือเหงือกอักเสบที่เป็นต่อเนื่องหรือมีอาการรุนแรงขึ้น มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองในอนาคตอย่างชัดเจน

แล้วทำไม "ฟัน" ถึงเกี่ยวกับ "หัวใจ"?

สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา เคยอธิบายว่า โรคเหงือกอาจส่งผลต่อหัวใจได้หลายทาง ทั้งจากแบคทีเรียในช่องปากที่สามารถเข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นการติดเชื้อในหลอดเลือด หรือทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังทั่วร่างกาย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

ขณะเดียวกัน คนที่ดูแลสุขภาพช่องปากเป็นประจำ เช่น แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน ก็มักจะใส่ใจสุขภาพด้านอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับเพียงพอ หรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งทั้งหมดล้วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว

หากลูกมีฟันผุก็ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองหรือเด็กมากเกินไป เพราะข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ที่นักวิจัยอ้างอิง ระบุว่า เด็กอายุ 6-9 ปี ราว 40-60 เปอร์เซนต์ เคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีฟันผุ ซึ่งสะท้อนว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย สิ่งสำคัญคือการพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ รักษาอย่างเหมาะสม และปลูกฝังนิสัยการดูแลช่องปากตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีไปจนถึงอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง