แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ทำไมแพทย์ต้องเช็ก "หัวใจ" ก่อนวินิจฉัยว่าเป็น "โรคแพนิค"

แน่นหน้าอก ใจสั่น หายใจไม่ออก ก่อนจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคแพนิค หนึ่งในสิ่งที่ควรได้ตรวจคือคลื่นไฟฟ้าหัวใจ!
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเวลาไปโรงพยาบาลด้วยอาการใจสั่น แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่ม ทั้งที่ท้ายที่สุดแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคแพนิค แต่กลับต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เจาะเลือด หรือเฝ้าสังเกตอาการอยู่ระยะหนึ่ง?
คำตอบคือ อาการของโรคแพนิคกับโรคหัวใจบางชนิดสามารถคล้ายกันได้มาก และหลักสำคัญทางการแพทย์คือ ต้องตัดโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตออกก่อน
โรคแพนิคอาจทำให้ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออก มือสั่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งอาการเหล่านี้ก็พบได้ในโรคหัวใจขาดเลือดและหัวใจเต้นผิดจังหวะเช่นกัน แพทย์จึงไม่สามารถฟังอาการแล้วสรุปได้ทันที แต่ต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
หนึ่งในการตรวจที่สำคัญคือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ EKG ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไม่เจ็บ และช่วยตรวจพบภาวะหัวใจขาดเลือด จังหวะหัวใจผิดปกติ หรือโรคหัวใจบางชนิดที่ต้องรีบรักษาได้ จึงมักเป็นการตรวจเบื้องต้นในผู้ที่มาด้วยอาการแน่นหน้าอกหรือใจสั่นเฉียบพลัน
เมื่อประเมินสาเหตุทางกายที่สำคัญแล้วไม่พบความผิดปกติ แพทย์จึงนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการวินิจฉัยโรคแพนิคตามเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้น การวินิจฉัยโรคแพนิคจึงไม่ใช่การรีบบอกว่าอาการเกิดจากจิตใจ แต่เป็นกระบวนการคัดกรองอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยที่สุด
โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเป็นครั้งแรก มีอายุมากขึ้น หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ หรือมีประวัติโรคหัวใจในครอบครัว ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นโรคแพนิค แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน
เพราะบางครั้ง คลื่นไฟฟ้าหัวใจเพียงแผ่นเดียว อาจเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยแยกโรคหัวใจซึ่งต้องแข่งกับเวลา ออกจากโรคแพนิคที่ต้องรักษาด้วยแนวทางอีกแบบหนึ่ง และนี่คือเหตุผลว่า การตรวจหัวใจไม่ใช่เรื่องเกินความจำเป็น แต่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการดูแลที่ให้ความปลอดภัยของผู้ป่วยมาก่อน
ข้อมูลจาก เพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา https://www.facebook.com/D2JED
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
