รีเซต

ลุ้นทองไทยพุ่งแตะ 1 แสน คาดวิกฤตตะวันออกกลางบานปลาย

ลุ้นทองไทยพุ่งแตะ 1 แสน คาดวิกฤตตะวันออกกลางบานปลาย
TNN ช่อง16
3 มีนาคม 2569 ( 07:07 )

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงสู่ระดับวิกฤต หลังมีการยืนยันการเสียชีวิตของ “อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จากปฏิบัติการทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันการทำลายโครงสร้างความมั่นคงและยุทธโธปกรณ์ทางเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธเข้าใส่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในแถบอ่าวเปอร์เซีย พร้อมจัดตั้งสภาผู้นำชั่วคราวเพื่อบริหารประเทศในภาวะฉุกเฉิน เตรียมตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายใน 48 วัน 


ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ความผันผวนที่สูงเกินกว่าปกติส่งผลให้สมาคมฯ อาจต้องพิจารณาประกาศราคาซื้อ-ขายในวันหยุดเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 150-250 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เพียงชั่วข้ามคืน ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ ภาวะชะงักงันของสภาพคล่องในตลาด ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านค้าทองส่วนใหญ่ประกาศ "ระงับการรับซื้อและจำหน่ายทองคำแท่งชั่วคราว" เนื่องจากความไม่แน่นอนของราคากลางและการประเมินต้นทุนที่ทำได้ยากลำบาก หากมีการซื้อขายในสภาวะที่ราคาผันผวนรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพราะสถานการณ์ในครั้งนี้มีความรุนแรงและซับซ้อนกว่าวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างมาก 



ส่วนมุมมมองจากภาคเอกชน นางภัทริน วชิรคพรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ ระบุว่า ต้องมีการระงับการให้บริการระบบซื้อ-ขายออนไลน์ชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยงด้านระบบบัญชี โดยประเมินว่าเมื่อตลาดเปิดทำการในสัปดาห์นี้ ราคาทองคำโลกมีโอกาสพุ่งทะยานสู่ระดับ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งจะทำสถิติสูงสุดใหม่ หรือ All-time High อีกครั้ง พร้อมประเมินราคาทองคำแท่งในประเทศ จะปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 83,000 บาทต่อบาททองคำ ภายในระยะเวลาอันสั้น และมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นทองคำพุ่งขึ้นไปแตะราคา 100,000 บาทต่อบาททองคำ หากสถานการณ์การความขัดแย้งขยายวงกว้างไปสู่เขตพื้นที่ยุทธศาสตร์การเดินเรือและแหล่งผลิตพลังงานหลักของโลก 


นอกเหนือจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยเสริมที่ส่งแรงกดดันต่อค่าเงินและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อีก 2 ด้าน คือ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอาไว้ และ มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์   ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนทำให้ราคาทองคำมีความผันผวนสูงต่อเนื่อง  นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการทำธุรกรรม ไม่ควรตื่นตระหนกตามกระแสราคา และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสมาคมค้าทองคำ  เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง