เฉลยปมบาทอ่อนค่าเร็ว ส่งออกเฮ! FM ยอดสนั่น

#FM #SMO #ส่งออก #ทันหุ้น – กูรูชี้ปมบาทอ่อนค่าเร็วกว่าเพื่อน เชื่อธปท.แทรกแซง ไม่ไปไกลเกินระดับ 33 บาท จับตาเงินเห้อสหรัฐ ด้าน FM รับส่งผลดีโดยตรง ชี้ยอดขายไก่สนั่น ดีมานด์สูง ราคาดี ขณะที่ SMO ชี้เงินบาทช่วยพยุงธุรกิจที่กำลังเผชิญเอลนีโญ โบรกชี้เป็นผลดีจิตวิทยา แต่จังหวะหุ้นส่งออกอยู่ไตรมาส 3 พร้อมแนะหุ้นเด่น
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ Head of Economic Research หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเร็ว มาจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐพุ่งสูงขึ้นจนใกล้ระดับ 101 ซึ่งเป็นการปรับตัวตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ตลาดกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย แต่สาเหตุที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็ว เนื่องจากผ่านมาค่าเงินบาทไทยมีความแข็งแกร่งกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาคค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่ต้นปี (Year to Date) ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเพียงประมาณ 1% กว่าๆ เท่านั้น ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย อ่อนค่าไปถึง 7-8%, อินเดีย อ่อนค่า 6%, ฟิลิปปินส์ อ่อนค่า 4% และเกาหลีใต้ก็อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงเริ่มหันมาเก็งกำไรการอ่อนค่าของเงินบาทมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมของภูมิภาค ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามธนาคารกลางอื่นๆ และน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิมไปอีกนาน นักลงทุนจึงมองว่าบาทมีโอกาสไหลอ่อนค่าลงได้มากกว่าในช่วงก่อนหน้า
แต่เชื่อว่า ค่าเงินบาทจะไม่อ่อนค่าไปมากกว่าระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากเชื่อว่า ธปท. จะพยายามดูแลเสถียรภาพในระดับนี้ ซึ่งปัจจุบันไทยยังมีเงินทุนสำรองเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมากเพียงพอที่จะรักษาเสถียรภาพเงินบาทได้ และในระยะสั้น 1-2 วันนี้ อาจได้เห็นแรงรีบาวด์กลับมาแข็งค่าได้บ้าง ส่วนระยะยาว ดอลลาร์อาจมีโอกาสแข็งค่าได้อีกเล็กน้อยแต่จะไม่มากนัก โดยตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามคือ ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐ ในต้นเดือนหน้า หากตัวเลขปรับลดลงจาก 4.2% เข้าใกล้ระดับ 3% ตามที่คาดการณ์ไว้ จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้ดอลลาร์เริ่มอ่อนแรงลง
@ FM รับหนุนผลงาน
นายณัฐพล ดุษฎีโหนด ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM ผู้ส่งออกไก่สดและแปรรูป เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า ค่าเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา โดยมองว่าเป็น "ข่าวดี" ต่อธุรกิจของบริษัท เนื่องจาก FM มีสัดส่วนยอดขายจากการส่งออกประมาณ 50% การที่เงินบาทอ่อนค่าลงมาประมาณ 80 สตางค์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับมากขึ้น แต่ต้องติดตามดูว่าค่าเงินบาทจะยืนระยะได้แค่ไหน
สำหรับภาพรวมการส่งออกในปีนี้ นายณัฐพล ระบุว่ามีการเติบโตที่ดีอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม "ไก่แปรรูป" ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในระดับภูมิภาค ทั้งในฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกซื้ออาหารแปรรูปแช่แข็งที่เข้าถึงง่าย สะดวก และราคาไม่แพง เพื่อนำไปอุ่นทานเองที่บ้านแทนการออกไปรับประทานนอกบ้าน ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อจากกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยหนุนให้อัตรากำไร (Margin) ของบริษัทอยู่ในเกณฑ์ที่ดีในปีนี้
ขณะที่ราคาไก่สดในตลาดปัจจุบันยังคงยืนอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากความต้องการ (Demand) ยังมากกว่าปริมาณผลผลิต (Supply) โดยมีตลาดส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ช่วยดึงราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศให้สูงขึ้นตามไปด้วย
ในส่วนของกลยุทธ์การดำเนินงาน FM มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากไก่แปรรูปขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 45% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ประมาณ 38-40% ทั้งนี้บริษัทได้เดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันกำลังการผลิตไก่แปรรูปขยับขึ้นมาอยู่ที่ 30,000 ตันต่อปี จากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 27,000 ตันต่อปี และยังมีแผนที่จะขยายในเฟสสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง
@ SMO ผ่อนคลาย
นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ผู้สกัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับเกือบ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลดีต่อบริษัท เนื่องจากช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น โดยปกติบริษัทจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบ Spot Rate ในการจองอัตราแลกเปลี่ยนตามการซื้อขายจริง ทำให้ได้รับประโยชน์จากทิศทางบาทที่อ่อนค่าลงได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจน้ำมันปาล์มในปีนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Nio) ที่ส่งผลให้สภาพอากาศแห้งแล้งจัด ทำให้ผลผลิตปาล์มสดออกสู่ตลาดน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก จากเดิมที่ประเมินว่าช่วงไตรมาส 2 และ 3 ของปีจะเป็นช่วง High Season ที่ผลผลิตออกถล่มทลาย แต่ปีนี้กลับกลายเป็นเพียง Medium Season หรือเผลอๆ อาจจะเป็น Low Season ในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้สถานการณ์ธุรกิจดีขึ้น
@ จิตวิทยาหุ้นส่งออก
ด้านนายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า การส่งออกถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มีอาจสร้างความประหลาดใจเชิงบวก โดยมีแนวโน้มที่ค่อนข้างดีเป็นพิเศษซึ่งถ้ารักษาความแข็งแกร่งจุดนี้ต่อไปย่อมจะนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตของ GDP ของไทยได้จากเดิมที่หลายฝ่ายเคยมองไว้ที่ประมาณ 1.5% แต่แง่คำแนะนำการลงทุนเนื่องจากตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงเลือกทิศทาง ดังนั้นในขณะนี้กลุ่มธนาคาร และนิคมอุตสาหกรรม ยังน่าสนใจกว่ากลุ่มส่งออก
นายภูวดล ภูสอดเงิน นักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงยังไม่รุนแรงจนมีนัยสำคัญต่อปัจจัยพื้นฐาน แต่เชื่อว่าจะเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกได้บ้าง อย่างไรก็ดีหากค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงไปอยู่ในกรอบ 34-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะเริ่มเห็นผลบวกที่เป็นนัยสำคัญต่อหุ้นในกลุ่มส่งออกมากขึ้น โดยหุ้นส่งออกจะได้รับความสนใจช่วงไตรมาสที่ 3 ที่สถานการณ์ต่างๆ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น และเป็นช่วงที่นักลงทุนอาจเริ่มกลับเข้ามาเก็งกำไรตามรอบฤดูกาลหรือตามการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ แต่ก็ยังมีหุ้นในกลุ่มส่งออกเป็นรายตัวที่ยังน่าสนใจในธีมการค้ากับยุโรป ได้แก่ กลุ่มอาหารและอาหารแช่แข็ง TU, ITC AAI และ ASIAN เป็นต้น รวมถึง COCOCO ก็เป็นอีกหุ้นอุตสาหกรรมเกษตรที่พื้นฐานน่าสนใจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
