JR วางเกมใหญ่โค้งหลัง บิ๊กดีลสถานีไฟฟ้าย่อย

#JR #ทันหุ้น - JR ดีลงาน Substation โรงไฟฟ้าพลังงานลมจากภาคเอกชนขนาดกำลังผลิตรวม 180 เมกะวัตต์ ต่อยอดธุรกิจ คาดชัดเจนช่วง Q3/2569 ชี้หากลุล่วงหนุน Backlog เพิ่มต่อเนื่อง จากเดิมราว 6 พันล้านบาท รับรู้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี แย้มครึ่งหลังปี 2569 งานเรียงคิวบุ๊กอื้อ บอสใหญ่ “จรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ“ ตอกย้ำฐานการเงินแกร่ง ชูแคชโฟลว์เพียบ
นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจารับงานทางด้านการวางระบบโครงข่ายสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจากภาคเอกชน จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์ (MW) ต่อโครงการ หรือคิดเป็นกำลังรวม 180 เมกะวัตต์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต ซึ่งคาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ในช่วงไตรมาส 3/2569
งานทะลักครึ่งหลังแจ่ม
ทั้งนี้้ หากการเจรจารับงานในส่วนดังกล่าวสำเร็จตามที่วางไว้ ประเมินว่าคงจะกลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ตัวเลขงานในมือ (Backlog) ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันราว 6 พันล้านบาท ซึ่งกระจายในโครงการทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานราชการ โดยน่าจะสามารถส่งมอบและรับรู้รายได้ต่างๆ ได้ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี 6 เดือนนับจากนี้
ขณะที่แนวโน้มผลงานในครึ่งหลังปี 2569 ทาง JR ประเมินว่าน่าจะปรับตัวดีต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับครึ่งแรกปีเดียวกัน เนื่องจากบริษัทมี Backlog ที่รอส่งมอบที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น รวมทั้งบริษัทยังมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ๆ เข้ามาในช่วงที่เหลือในปีนี้
ตอกย้ำฐานะการเงินปึ้ก
อย่างไรก็ดี ภาพรวมธุรกิจในปี 2569 บริษัทยังคงประมาณการรายได้เพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2568 เพราะบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้ค่อนข้างมาก รวมทั้งยังมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ๆ เข้ามาในช่วงที่เหลือปีนี้เพิ่มเติมทั้งในส่วนของโครงการทางภาคเอกชนและเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ ซึ่งควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ
นายจรัญ กล่าวเสริมในแง่ฐานะทางการเงินของ JR ในปัจจุบันถือว่าแข็งแกร่ง โดยมีกระแสเงินสดหรือเทียบเท่า (แคชโฟลว์) อยู่ที่กว่า 200 ล้านบาท และมีหนี้สินที่มีภาระ ดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ในระดับที่ต่ำเพียง 0.3 เท่า ดังนั้นจึงทำให้บริษัทมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลและรับงานโครงการใหม่ๆ ในลักษณะต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
คุมเข้มต้นทุนสกัดความเสี่ยง
นอกจากนี้ จากโครงสร้างทางเงินที่ดีของบริษัท จึงทำให้บริษัทสามารถดำเนินการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการได้เป็นอย่างดี ทั้งในส่วนของราคาอุปกรณ์และวัสดุต่างๆ แม้ช่วงที่ผ่านมาราคาของต้นทุนดังกล่าวจะขยับสูง แต่บริษัทได้มีการดำเนินกลยุทธ์อย่างรัดกุมและรอบคอบ โดยได้ดำเนินการการเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อล็อกราคาไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับโครงการที่บริษัทได้รับการคัดเลือก และเบื้องต้นยังคงแนวทางส่วนนี้ต่อไปสำหรับโครงการใหม่ในอนาคตต่อไป
ขณะเดียวทางบริษัทได้มีการปรับแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และให้น้ำหนักกับงานโครงการจากลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต (เดิมจากมีรับงานจากลูกค้าหลากหลายกลุ่ม) อีกทั้งบริษัทมองปัจจัยดังกล่าวน่าจะช่วยเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาวอีกหนึ่งด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
