เมื่อ'ลูก'ไปม็อบและอาจเห็นต่างทางการเมืองกับ'พ่อ-แม่'

เมื่อ'ลูก'ไปม็อบและอาจเห็นต่างทางการเมืองกับ'พ่อ-แม่'
062528XXXX
17 สิงหาคม 2563 ( 09:01 )
1.7K
1
เมื่อ'ลูก'ไปม็อบและอาจเห็นต่างทางการเมืองกับ'พ่อ-แม่'

   ท่ามกลางสถานการณ์การเมือง ที่ต้องบอกว่า'ม็อบจุดติด'กลุ่มเยาวชนได้ร่วมกันออกมาเรียกร้องทางการเมืองเพื่ออนาคตที่ดีในข้างหน้าของพวกเขา แต่ท่ามกลางความเคลื่อนไหว เราจะเริ่มเห็นความเห็นต่างที่เร่ิมมาจากภายใบ้าน 'เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ'ได้นำเสนอแนวคิดการอยู่ร่วมกันในครอบครัว ความเห็นต่างในยุคศตวรรษที่ 21. จึงเป็นเรื่องที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเข้าใจลูกให้ดี 

 

จึงขอนำสิ่งที่ เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ ได้ระบุไว้มานำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับ"พ่อ แม่"ได้เรียนรู้วิธีปรับตัวเข้ากับลูกบนความต่างทางการเมืองให้ได้เป็นอย่างดี

 

 

#การเมืองคือเรื่องของทุกคน
#รับฟังและอยู่ร่วมกันคือสิ่งที่ทำได้

 

"การชุมนุม" กลับมาอีกครั้งในสังคมไทย และดูเหมือนว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมทั้งแบบออฟไลน์ตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมถึงแบบออนไลน์โดยเฉพาะในทวิตภพเป็นไปอย่างคึกคัก ... ที่น่าสนใจก็คือ ... อายุของผู้แสดงออกซึ่งจุดยืนทางการเมืองตอนนี้ถือว่าเด็กลงมากกว่าในอดีต ... นักเรียน ดารานักแสดงวัยรุ่นหลายคนก็ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน ...

 

และแน่นอน เราคงเคยได้ยินประโยคคลาสสิกที่ว่า หากจะคบใครให้ยืนยาวห้ามยก 3 เรื่องมาคุยกัน คือ #การเมือง #ศาสนา และ #เพศ 

 

หลายคนคงบอกว่า ไม่เฉพาะ 'เพื่อน' หรอก โดยเฉพาะเรื่องการเมืองและศาสนา ถ้าจุดยืนไม่ตรงกันแล้ว ครอบครัวเดียวกันก็ประกาศตัดพ่อตัดแม่ตัดลูกกันมาแล้ว ... ซึ่ง #มันไม่ควรเป็นอย่างนั้น

 

เพราะการเมือง คือ เรื่องของทุกคน

 

 

หากมองให้สุดทาง ... ทุกคนคงเห็นบ้านเมืองที่แทบไม่มีทรัพยากรอะไร แต่เจริญก้าวหน้า เป็นประเทศพัฒนาแล้วก็หลายประเทศ ในขณะที่หลายประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรมากมาย แต่ประเทศจวนเจียนจะล่มสลาย เป็นรัฐที่ล้มเหลวก็หลายประเทศ ... ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากระบบของรัฐที่ไม่ดี ... ดังนั้นการเมืองจึงเป็นเรื่องของปากท้องและชีวิตของคนในประเทศจริง ๆ

 

ไม่เฉพาะการเมืองหรอกครับ แต่กับทุกเรื่อง พ่อหมอพูดมาเสมอในเพจว่า #เสียงของทุกคนมีค่าควรฟังเสมอ ลูกพูดอะไร เราก็ควรเปิดใจรับฟังเพื่อเข้าใจ มิใช่เพื่อตัดสิน เมื่อเข้าใจกัน มันจะไปต่อได้ ... เมื่อเปิดใจ พ่อแม่ก็อาจได้เข้าไปนั่งในตำแหน่งที่ปรึกษาของเขาในการตัดสินใจก็ได้นะครับ ดีกว่าให้เขาตัดสินใจเองคนเดียวตั้งเยอะ

 

ยิ่งตอนนี้เด็กเริ่มสนใจการเมืองมากขึ้น มันควรเป็นเรื่องที่ดีที่เขารู้จัก #สงสัย และ #ตั้งคำถาม กับสิ่งที่อยู่รอบตัวเขา ซึ่งนี่คือ ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เขาควรมีอยู่แล้ว หน้าที่ของผู้ใหญ่ก็คือ #ทำความเข้าใจ และ #ตอบคำถาม ในสิ่งที่เขาสงสัยไคร่รู้ให้ได้

 

#เห็นต่าง ก็ควรอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ เพราะความหลากหลายทางความคิดคือความงดงามของความเป็นมนุษย์ ไม่มีใครคิดเหมือนใครทั้งหมดหรอกครับ แต่เราจะเอาความต่างมาต่อยอดให้เกิดทางออกที่ดีได้อย่างไรมากกว่าเนอะ ... คนในครอบครัว ก็ควรพูดกันเรื่อง การเมือง-ศาสนา-เพศ กันได้ ... เพียงแต่ต้องอยู่ในกรอบแห่งความเคารพสิทธิของคนอื่นด้วย ไม่ใช่ด่า อ้าย-อี-ผีร้าย-เ**-ห่า-สารพัด ใช้ hate speech รุนแรง หรือใช้ความรุนแรง อันนี้ไม่ได้ ไม่ควร ห้ามละเมิดสิทธิคนอื่น เคารพความคิดเห็นของกันและกัน ชุมนุมได้ และไม่ควรมีฝ่ายใดใช้ความรุนแรงต่อกัน

 

ถ้าลูกจะไปม็อบ ก็ไปได้ แต่พ่อแม่อาจต้องย้ำว่า หน้ากาก เจลแอลกอฮอล์ ร่มกันยูวี ยาดม ยาอม ยาหม่องต้องพร้อม 555 ... ฝนตกด้วยระวังป่วย และระมัดระวังกันด้วยครับ ไม่รู้จะมีฝ่ายไหนหรือคนไหนลุกมาใช้ความรุนแรงกันไหม เพราะเมื่อคนไปรวมตัวกันเยอะ และมีอารมณ์ร่วมมาก บางครั้งมันจะถูกชักจูงไปในทางที่รุนแรงได้ ไม่ว่าจะฝ่ายต้านหรือฝ่ายสนับสนุน ... คุยกันดี ๆ ...

 

ทุกคน ก็คือ คนไทยเหมือนกัน

 

 

 

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

ปล. ปกติจะไม่พูดเรื่องการเมืองในเพจนัก เพราะเดี๋ยวจะโดนตีความว่าเป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้อีก แต่ส่วนตัวก็ถือว่า การเมืองเป็นเรื่องที่ควรพูดคุยกันได้ เหมือนลมฟ้าอากาศหรือหวยที่เพิ่งโดนกินรวบไปสด ๆ เมื่อวาน 555 ออกมาได้ 88 ทีงวดก่อนซื้อเบิ้ลเลขนี้เลย ดันไม่ออก 555 Anyway, ใครทำไม่ดีก็ควรโดนตำหนิ เรื่องไหนทำดีก็ควรได้รับคำชม

 

อนึ่ง การชุมนุม“ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ” มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1. หยุดคุกคามประชาชน 2. รัฐสภาต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 3. รัฐบาลต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาที่เป็นประชาธิปไตย โดยได้ขีดเส้นตายไว้ด้วยว่ารัฐธรรมนูญมาตราที่ว่าด้วย ส.ว. 250 คน ต้องถูกแก้ไขภายในเดือนกันยายนนี้ ... เรื่อง ส.ว. นี่ก็ควรแก้แหละ ถ้าคิดตามตรรกะที่ควรจะเป็น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง