รีเซต

ภาพตระการตากล้องโทรทรรศน์ ESO ยิงเลเซอร์สู่อวกาศ ชี้เป้า "เนบิวลาทารันทูลา" เพื่อสร้างดาวจำลองไขความลับจักรวาล

ภาพตระการตากล้องโทรทรรศน์ ESO ยิงเลเซอร์สู่อวกาศ ชี้เป้า "เนบิวลาทารันทูลา" เพื่อสร้างดาวจำลองไขความลับจักรวาล
TNN ช่อง16
8 พฤษภาคม 2569 ( 16:31 )
17

4 พฤษภาคมที่ผ่านมา กล้องโทรทรรศน์ ESO เผยภาพถ่ายที่ดูเหมือนฉากการทำสงครามอวกาศในภาพยนตร์ไซไฟชื่อดังอย่าง สตาร์ วอร์ส (Star Wars) หรือดูคล้ายกับการยิงลำแสงเลเซอร์จากยานอวกาศ Imperial Star Destroyer ที่กำลังไล่ล่าตึกรบ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือภาพถ่ายทางวิทยาศาสตร์อันล้ำสมัยของกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope Interferometer (VLTI) ของหอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรป (ESO) ที่กำลังยิงลำแสงเลเซอร์จำนวน 4 ลำขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน โดยมีเป้าหมายไปยังเนบิวลาทารันทูลา (Tarantula Nebula)

ทางหน่วยงาน ESO ได้ออกแถลงการณ์พร้อมกับภาพนี้อย่างติดตลกว่า "มันอาจดูเหมือนเราเริ่มทำสงครามอวกาศ แต่เราไม่ได้ทำเช่นนั้น" โดยเหตุการณ์ในภาพนี้เกิดขึ้นที่ยอดเขาเซร์โร ปารานาล (Cerro Paranal) ในทะเลทรายอาตากามา ประเทศชิลี

กล้องโทรทรรศน์ VLTI ทำงานโดยการรวมแสงจากกล้องโทรทรรศน์ขนาด 8 เมตร หลายเครื่องเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างกล้องโทรทรรศน์เสมือนที่มีขนาดกระจกใหญ่เท่ากับระยะห่างระหว่างกล้องแต่ละตัว ซึ่งประสิทธิภาพนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถมองเห็นและแยกแยะรายละเอียดที่มีขนาดเล็กมากๆ ในอวกาศได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของการสังเกตการณ์อวกาศจากพื้นโลก คือ ความปั่นป่วนของชั้นบรรยากาศที่ทำให้ภาพเบลอและผิดเพี้ยนไป และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นักดาราศาสตร์จึงนำเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เรียกว่าระบบเลเซอร์นำดาว (Laser guide stars) และออปติกแบบปรับตัว (Adaptive optics) มาใช้งาน ซึ่งยังถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีหอดูดาวเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลกที่นำมาใช้ โดยระบบเลเซอร์ 4 ลำของ VLTI นี้ถูกใช้งานมาตั้งแต่ปี 2016

แสงเลเซอร์ทั้งสี่ลำไม่ได้เป็นอาวุธทำลายล้าง แต่ถูกยิงขึ้นไปเพื่อกระตุ้นอะตอมของโซเดียมที่อยู่สูงขึ้นไป 90 กิโลเมตรในชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้เกิดจุดสว่างจ้าที่เรียกว่าดาวเทียมจำลอง (Artificial stars) ปรากฏอยู่ที่ปลายสุดของลำแสงเลเซอร์

เมื่อดาวจำลองเหล่านี้ส่องแสงสว่าง นักวิทยาศาสตร์จะสังเกตความพร่ามัวของพวกมันที่เกิดจากการรบกวนของชั้นบรรยากาศ แล้วใช้ขั้นตอนวิธีทางคอมพิวเตอร์ (Computer algorithms) เพื่อคำนวณและหักล้างความเบลอเหล่านั้นได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ภาพดวงดาวของจริงมีความคมชัดสูงสุด

สำหรับภาพถ่ายอันงดงามนี้ ถูกบันทึกไว้โดยนักดาราศาสตร์ชื่อ แอนโทนี แบร์เดอ (Anthony Berdeu) เขาไม่ได้ถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ VLTI โดยตรง แต่ถ่ายภาพนี้จากด้านนอกของตัวกล้องในช่วงระหว่างการทดสอบระบบอัปเกรดครั้งใหญ่ที่ชื่อว่า "GRAVITY+" ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2025 ซึ่งมีการติดตั้งเลเซอร์ชุดใหม่ให้กับกล้องโทรทรรศน์ขนาด 8 เมตร 

เนบิวลาทารันทูลาคือหนึ่งในเป้าหมายแรกๆ ของระบบใหม่นี้

ภาพนี้เป็นการเชื่อมโยงองค์ประกอบใกล้และไกลได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่เลเซอร์ที่พุ่งออกจากกล้อง ดาวจำลองที่ความสูง 90 กิโลเมตรเหนือพื้นดิน ไปจนถึงเป้าหมายที่อยู่ห่างไกลอย่างเนบิวลาทารันทูลา ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเมฆแมเจลแลนใหญ่ (Large Magellanic Cloud) อันเป็นดาราจักรแคระที่โคจรรอบทางช้างเผือกของเรา และตั้งอยู่ห่างออกไปไกลถึง 160,000 ปีแสง

ภาพนี้ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตาตื่นใจในแง่ของความสวยงามตระการตา แต่ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมที่มนุษยชาติได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้สามารถเฝ้าสังเกตและไขความลับของจักรวาลอันแสนห่างไกลได้ชัดเจนยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา   

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง