NASA ตะลึง! ยาน Curiosity พบทุ่งรอยแยกรังผึ้งยักษ์สุดลูกหูลูกตาบนดาวอังคาร

วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) รายงานการค้นพบครั้งสำคัญของยานโรเวอร์คิวริออซิตี (Curiosity) ที่กำลังปฏิบัติภารกิจปีนหุบเขาบนดาวอังคารที่ชื่อว่า Valle Grande โดยยานได้บันทึกและส่งภาพของ รอยแยกรูปหลายเหลี่ยม (polygonal fractures) ที่มีลักษณะพื้นผิวคล้ายรังผึ้ง กลับมายังโลก แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะเคยพบเห็นร่องรอยเรขาคณิตลักษณะนี้มาบ้างแล้ว แต่ไม่เคยพบในสเกลพื้นที่ที่กว้างใหญ่เท่านี้มาก่อน
รายละเอียดของการค้นพบ
รอยแยกรูปหลายเหลี่ยมคล้ายรังผึ้งที่ค้นพบใหม่นี้ มีความกว้างของแต่ละรอยประมาณ 1.5-3 นิ้ว หรือราว 4-8 เซนติเมตร กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ที่ปรากฏในภาพพาโนรามา 360 องศา ซึ่งยานสำรวจคิวริออซิตี (Curiosity) บันทึกไว้เมื่อวันที่ 19-20 มิถุนายน 2026 ตรงกับวันที่ 4,930 และ 4,931 ของภารกิจบนดาวอังคาร ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นโครงสร้างรูปหลายเหลี่ยมที่แผ่ขยายต่อเนื่องออกไปในทุกทิศทางจนสุดขอบฟ้า
นอกจากนี้ รอยแยกเหล่านี้ยังครอบคลุมพื้นที่โดยรอบภูเขาหินชื่อ มิราฟลอเรส (Miraflores) ซึ่งมีความสูงประมาณ 20 ฟุต หรือราว 6 เมตร โดยบริเวณยอดภูเขาถูกปกคลุมด้วยชั้นทรายหนา สะท้อนให้เห็นลักษณะภูมิประเทศที่ซับซ้อนและประวัติการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวดาวอังคารในอดีต
อัสวิน วาสาวาดา (Ashwin Vasavada) นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการจากห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น (JPL) ของนาซากล่าวว่า “เราได้เห็นภูมิทัศน์ที่น่าทึ่งมากมายผ่านสายตาของคิวริออซิตี แต่ทะเลรูปหลายเหลี่ยมแห่งนี้ทำให้เราถึงกับแทบหยุดหายใจ” เขายังระบุเพิ่มเติมว่าทีมงานได้ทำการวัดรูปร่างและตรวจสอบข้อมูลทางเคมีอย่างละเอียด โดยหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นเบาะแสสำคัญที่ช่วยไขปริศนาว่าพื้นผิวเหล่านี้ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร
กระบวนการเกิดรังผึ้งบนดาวอังคาร
ในอดีตนักวิทยาศาสตร์พบว่าลักษณะรูปหลายเหลี่ยมบางส่วนบนดาวอังคารก่อตัวขึ้นจาก รอยโคลนแตก (Mud cracks) อย่างไรก็ตาม กระบวนการเกิดพื้นผิวรูปรังผึ้งอาจเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงของวงจรอุณหภูมิที่ร้อนสลับเย็น หรือเกิดจากการถูกบีบอัดจนน้ำที่อยู่ในตะกอนถูกดันออกมาเมื่อพื้นผิวนั้นถูกฝังทับเอาไว้ในอดีต
การค้นพบรอยแยกรูปรังผึ้งเป็นหนึ่งในหลายเรื่องน่าประหลาดใจที่ยานคิวริออซิตีได้พบเจอ นับตั้งแต่ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2012 หรือ เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ยานได้ปีนขึ้นภูเขา Mount Sharp ซึ่งมีความสูงถึง 3 ไมล์ หรือ 5 กิโลเมตร และได้สร้างการค้นพบที่ยิ่งใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผลึกซัลเฟอร์ อุกกาบาตที่แวววาว และที่สำคัญที่สุด คือ การค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณของดาวอังคาร
นอกจากนี้ ยานคิวริออซิตียังได้ค้นพบโมเลกุลที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น สารตั้งต้นของ RNA และ DNA แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าโมเลกุลอินทรีย์เหล่านี้เกิดจากกระบวนการทางชีวภาพหรือกระบวนการทางธรณีวิทยา แต่การค้นพบทั้งหมดนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่า ในอดีตเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ดาวอังคารเคยมีทั้งแหล่งน้ำ สารเคมี และสารอาหารที่เหมาะสมต่อการดำรงอยู่ของจุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างแน่นอน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
