57 ปี อะพอลโล 11 เบื้องหลังก้าวแรกบนดวงจันทร์ที่คุณอาจไม่เคยรู้

วันนี้เมื่อ 57 ปีก่อน หรือในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 โลกทั้งใบได้หยุดนิ่งเพื่อเป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล นั่นคือการที่มนุษย์คนแรกได้ประทับรอยเท้าลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ แม้เวลาจะผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีมนุษย์เพียงแค่ 12 คนเท่านั้นที่เคยได้ไปเดินฝากรอยเท้าไว้บนผิวดวงจันทร์อันห่างไกล
ภารกิจประวัติศาสตร์นี้มีชื่อว่าอะพอลโล 11 (Apollo 11)
อะพอลโล 11 ดำเนินการโดยองค์การนาซา (NASA) นำทีมโดยนักบินอวกาศ 3 คน ได้แก่ นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong), บัซ อัลดริน (Buzz Aldrin) และ ไมเคิล คอลลินส์ (Michael Collins) เริ่มต้นการเดินทางวันที่ 16 กรกฎาคม ด้วยการปล่อยจรวดขนาดยักษ์แซตเทิร์นไฟฟ์ (Saturn V) จากศูนย์อวกาศเคนเนดีในรัฐฟลอริดา
ยานอวกาศซึ่งใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 4 วัน เพื่อไปให้ถึงดวงจันทร์ เมื่อไปถึง ไมเคิล คอลลินส์ จะรับหน้าที่นำร่องควบคุมยานหลัก (ยานโคลัมเบีย) โคจรรอบดวงจันทร์ ในขณะที่อาร์มสตรองและอัลดรินนั่งยานลูกที่ชื่อว่าอีเกิล (Eagle) ร่อนลงจอดบริเวณพื้นที่ราบรื่นที่เรียกว่าทะเลแห่งความเงียบสงบ (Sea of Tranquility)
วินาทีสำคัญมาถึงเมื่อ นีล อาร์มสตรอง ก้าวเท้าลงบนดวงจันทร์เป็นคนแรก พร้อมกับประโยคสุดคลาสสิกที่ว่า "นี่คือก้าวเล็กๆ ของชายคนหนึ่ง แต่เป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ" ภาพเหตุการณ์นี้ถูกถ่ายทอดสดและมีผู้ชมทั่วโลกกว่า 600-650 ล้านคน
การถ่ายทอดสดครั้งนั้นเป็นการบันทึกภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาใช้เวลาเดินสำรวจพื้นที่และติดตั้งอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์นอกยานอวกาศประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง และอยู่ในภารกิจบนผิวดวงจันทร์รวมทั้งสิ้นราวๆ 21 ชั่วโมง โดยสามารถเก็บตัวอย่างหินและดินบนดวงจันทร์กลับมาได้ถึง 22 กิโลกรัม
นอกเหนือจากความสำเร็จทางวิศวกรรมแล้ว เรื่องราวหลังม่านที่คนทั่วไปอาจไม่ค่อยทราบและเข้าถึงได้ง่ายคือ "พวกเขาทำอย่างไรเรื่องอาหารการกินในอวกาศ?"
การใช้ชีวิตในสภาวะไร้น้ำหนักต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุม นักบินอวกาศต้องได้รับพลังงานถึง 2,800 แคลอรีต่อวัน อาหารส่วนใหญ่จึงต้องผ่านกระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Freeze-dried) แล้วบรรจุในถุงพลาสติกสูญญากาศเพื่อรักษาความสดและสารอาหาร เมนูของพวกเขามีตั้งแต่ ไก่พร้อมข้าวและซอส, เค้กผลไม้, เนื้อบาร์บีคิวหั่นเต๋า ไปจนถึง "ฮอตด็อก" ซึ่งภารกิจนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำฮอตด็อกขึ้นไปกินบนอวกาศ
รู้หรือไม่ว่า มื้อแรกที่พวกเขาฉลองกันบนผิวดวงจันทร์จริงๆ แล้วประกอบไปด้วย เบคอนหั่นเต๋า, คุกกี้น้ำตาลหั่นเต๋า, ลูกพีช, กาแฟ และเครื่องดื่มน้ำสับปะรดผสมเกรปฟรุต น่าเสียดายที่นาซามีข้อห้ามเด็ดขาดคือห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นไป เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ
นอกจากนี้ยังเรื่องอื่น ๆ ที่คุณอาจยังไม่รู้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในตำราเรียนประวัติศาสตร์ทั่วไป แต่มาจากเอกสารของนาซา เช่น
1. สวิตช์จุดเครื่องยนต์ขึ้นจากดวงจันทร์ (Lunar Module Engine Circuit Breaker) พัง แต่รอดด้วยปากกาด้ามเดียว
หลังจาก นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) และ บัซซ์ อัลดริน (Buzz Aldrin) กลับเข้าสู่ยานลงจอดดวงจันทร์ อีเกิล (Eagle Lunar Module) อาร์มสตรองเผลอชนสวิตช์เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ใช้สั่งจุดเครื่องยนต์ขากลับจนหัก หากไม่สามารถเปิดเครื่องยนต์ได้ ทั้ง 2 คน อาจติดอยู่บนดวงจันทร์ตลอดไป สุดท้ายบัซซ์ อัลดริน ใช้ปากกาปลายสักหลาด (Felt-tip Pen) กดแทนสวิตช์ที่หัก และสามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้สำเร็จ
2. นักบินอวกาศไม่มีประกันชีวิต (Life Insurance) จึงใช้ลายเซ็นเป็นหลักประกันให้ครอบครัว
เนื่องจากภารกิจอพอลโล 11 (Apollo 11) มีความเสี่ยงสูง บริษัทประกันไม่สามารถรับประกันชีวิตให้ลูกเรือได้ อาร์มสตรอง, บัซซ์ อัลดริน และ ไมเคิล คอลลินส์ (Michael Collins) จึงลงลายเซ็นบนซองจดหมายหลายร้อยซอง พร้อมให้ประทับตราไปรษณีย์ในวันสำคัญของภารกิจ หากพวกเขาเสียชีวิต ครอบครัวสามารถนำซองเหล่านี้ไปขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ปัจจุบันซองจดหมายเหล่านี้กลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูงถึงหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ
3. ฝุ่นดวงจันทร์ (Lunar Dust) มีกลิ่นเหมือนดินปืนและเถ้าถ่านเปียก
เมื่อนักบินอวกาศทั้ง 2 คน กลับเข้ายานและถอดหมวกอวกาศ ก็พบว่าฝุ่นดวงจันทร์ที่ติดมากับชุดมีกลิ่นเฉพาะตัว อาร์มสตรองเปรียบเทียบว่าเหมือน "เถ้าถ่านเปียกในเตาผิง" ขณะที่บัซซ์ อัลดรินบอกว่าคล้าย "ดินปืนที่เพิ่งยิงเสร็จ" อย่างไรก็ตาม เมื่อเก็บตัวอย่างกลับมายังโลก กลิ่นดังกล่าวกลับหายไป เนื่องจากฝุ่นทำปฏิกิริยากับอากาศบนโลก
4. พิธีศีลมหาสนิทบนดวงจันทร์ (Holy Communion on the Moon) ครั้งแรกของมนุษย์
โดยก่อนออกจากยานเพื่อเหยียบดวงจันทร์ บัส อัลดรินซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายเพรสไบทีเรียน (Presbyterian) ได้ประกอบพิธีศีลมหาสนิทเป็นการส่วนตัว โดยรับประทานขนมปังและไวน์ที่ศิษยาภิบาลมอบให้ พร้อมอ่านพระคัมภีร์บางตอนผ่านช่วงเวลาที่ปิดไมโครโฟน ถือเป็นการประกอบพิธีทางศาสนาครั้งแรกบนดวงจันทร์ แม้จะไม่ได้ถ่ายทอดสดต่อสาธารณชนก็ตาม
5. แบบฟอร์มศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Customs Declaration) ระบุว่ามาจาก "ดวงจันทร์"
หลังยานอพอลโล 11 ลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก ลูกเรือทั้งสามต้องกรอกแบบฟอร์มศุลกากรของสหรัฐฯ โดยระบุสถานที่เดินทางต้นทางว่า "Moon" และแจ้งว่านำ "หินดวงจันทร์และตัวอย่างฝุ่นดวงจันทร์" กลับมายังโฮโนลูลู (Honolulu) ส่วนช่องเกี่ยวกับโรคหรือสิ่งที่อาจแพร่เชื้อระบุไว้ว่า "To be determined" หรือ "จะทราบภายหลัง"
6. ธงชาติสหรัฐฯ (United States Flag) ที่ปักบนดวงจันทร์อาจถูกแรงไอพ่นพัดล้ม
ธงชาติสหรัฐฯ ที่ปักบนดวงจันทร์เชื่อกันว่าเป็นธงที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ซื้อจากห้างสรรพสินค้าเซียร์ส (Sears) เมื่อยานอีเกิลทะยานออกจากพื้นผิวดวงจันทร์ บัซซ์ อัลดรินเห็นว่ากระแสไอเสียจากเครื่องยนต์พัดธงล้มลง นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าธงอาจซีดจนเกือบเป็นสีขาวจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี
7. เชื้อเพลิงเหลือไม่ถึงครึ่งนาที (Less Than 30 Seconds of Fuel) ก่อนลงจอดสำเร็จ
ระหว่างการลงจอด ยานอีเกิลเคลื่อนผ่านจุดลงจอดที่วางแผนไว้และมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโขดหิน อาร์มสตรองจึงต้องเข้าควบคุมยานด้วยตนเองเพื่อหาพื้นที่ปลอดภัย ขณะลงจอด เชื้อเพลิงคงเหลือไม่ถึง 30 วินาทีตามการประเมินของภารกิจ หากใช้เวลานานกว่านั้น ภารกิจอาจต้องยกเลิกการลงจอดทันที
8. การกักกันนักบินอวกาศ (Astronaut Quarantine) นาน 21 วัน เพราะหวั่นเชื้อจากดวงจันทร์
หลังเดินทางกลับโลก นักบินอวกาศทั้งสามถูกกักตัวเป็นเวลา 21 วันภายในห้องปฏิบัติการรับตัวอย่างดวงจันทร์ (Lunar Receiving Laboratory) เนื่องจากนาซาต้องการป้องกันความเสี่ยงจากจุลชีพหรือสิ่งมีชีวิตที่อาจติดมาจากดวงจันทร์ แม้ว่าสุดท้ายจะไม่พบหลักฐานของสิ่งมีชีวิตนอกโลกก็ตาม
9. คำปราศรัยกรณีหายนะบนดวงจันทร์ (In Event of Moon Disaster) ที่ไม่เคยถูกใช้
วิลเลียม ซาไฟร์ (William Safire) นักเขียนสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ได้เตรียมคำปราศรัยสำรองไว้ในกรณีที่ลูกเรืออพอลโล 11 ไม่สามารถเดินทางกลับโลกได้ โดยมีประโยคเปิดที่โด่งดังว่า "Fate has ordained that the men who went to the moon to explore in peace will stay on the moon to rest in peace." หรือ "โชคชะตาได้กำหนดให้ชายผู้เดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ด้วยสันติ จะคงอยู่บนดวงจันทร์เพื่อพักผ่อนอย่างสงบ"
และ 10. ชุดอวกาศผลิตโดยบริษัทชุดชั้นใน (Playtex) ไม่ใช่บริษัทอุตสาหกรรมการบิน
ชุดอวกาศที่ใช้ในโครงการอพอลโลได้รับการพัฒนาโดยบริษัท เพลย์เท็กซ์ (Playtex) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดชั้นในและชุดกระชับสัดส่วน บริษัทได้รับเลือกเหนือผู้ผลิตด้านอากาศยานหลายราย เพราะมีความเชี่ยวชาญในการตัดเย็บวัสดุที่ยืดหยุ่นและประกอบชิ้นส่วนได้อย่างละเอียดแม่นยำ ทำให้ชุดอวกาศสามารถรองรับการเคลื่อนไหวของนักบินอวกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภารกิจอะพอลโล 11 ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีอวกาศที่เข้าใจยาก แต่เกิดจากความร่วมมืออันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ความพยายามในการก้าวข้ามขีดจำกัด และการจัดการชีวิตประจำวันอย่างเรื่องอาหารการกินในสภาวะสุดขั้ว แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง 57 ปีแล้ว แต่ก้าวเล็กๆ ในวันนั้นก็ยังคงเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ให้พวกเราทุกคนจนถึงทุกวันนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
