พบฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ขั้วโลกใต้ ชี้ไททาโนซอร์ใช้รังหมักพืชฟักไข่

วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา คณะนักบรรพชีวินวิทยาเปิดเผยการค้นพบชิ้นส่วนเปลือกไข่ไดโนเสาร์มากกว่า 250 ชิ้น ในชั้นหินชอร์ริลโล ทางตอนใต้สุดของภูมิภาคปาตาโกเนีย ประเทศอาร์เจนตินา นับเป็นการค้นพบซากฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ในพิกัดละติจูดที่อยู่ใต้สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา
ทีมวิจัยนำโดย โคเฮ ทานากะ จากมหาวิทยาลัยสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น ได้วิเคราะห์ฟอสซิลเปลือกไข่ยุคครีเทเชียสตอนปลาย และพบว่าไข่เหล่านี้เคยถูกกกในพื้นที่ซึ่งมีละติจูดอยู่ทางใต้ประมาณ 55 ถึง 60 องศา ซึ่งในอดีตมีสภาพอากาศหนาวเย็นเทียบเท่ากับนครนิวยอร์กในปัจจุบัน หรือมีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีอยู่ประมาณ 10.6-12.2 องศาเซลเซียส เฉลี่ยราว 11.4 องศาเซลเซียส
⬛️ ข้อจำกัดทางกายภาพของไดโนเสาร์คอยาวขนาดยักษ์
ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า ไข่ขนาดเท่าลูกฟุตบอลซึ่งรู้จักในชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ฟูซิโอโอลิธัส เป็นของไททานโนซอร์ กลุ่มไดโนเสาร์กินพืชคอยาวขนาดยักษ์กลุ่มสุดท้ายบนโลก เนื่องจากขนาดตัวอันใหญ่โต ไททานโนซอร์จึงไม่สามารถกกไข่ด้วยการนั่งทับเหมือนนกในปัจจุบันได้ เพราะน้ำหนักมหาศาลจะทำให้ไข่แตกเสียหายทันที
ดาร์ลา เซเลนิตสกี นักบรรพชีวินวิทยาผู้ร่วมวิจัยอธิบายว่า "หากแม่ไดโนเสาร์ลงไปนั่งทับ รังไข่จะกลายเป็นไข่เจียวฟองใหญ่ในทันที โดยเปลือกไข่ที่พบยังมีลักษณะพิเศษ คือ มีรูพรุนขนาดใหญ่มาก ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สอดคล้องกับรังแบบถูกฝังกลบมิดชิด เพื่อช่วยกักเก็บความร้อนและความชื้นภายในรัง"
⬛️ ปริศนาแหล่งพลังงานความร้อนในเขตอากาศหนาว
การฟักไข่ไดโนเสาร์จำเป็นต้องอาศัยพลังงานความร้อนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของตัวอ่อน สำหรับพื้นที่เขตร้อน แสงแดดอาจเพียงพอต่อการให้ความร้อนแก่รังที่ถูกกลบ แต่ในพื้นที่ละติจูดสูงทางตอนใต้ที่มีช่วงเวลาได้รับแสงแดดสั้นและมีอากาศหนาวเย็น แสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถให้ความร้อนที่เพียงพอได้
ในขณะเดียวกัน คณะวิจัยยังไม่พบหลักฐานของกิจกรรมความร้อนใต้พิภพในบริเวณดังกล่าว ทีมนักวิทยาศาสตร์จึงต้องหาคำตอบว่า ไททานโนซอร์ใช้กลไกใดในการสร้างความอบอุ่นให้แก่ไข่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทายนี้
⬛️ นวัตกรรมรังหมักพืช ภูมิปัญญาข้ามยุคของสัตว์เลื้อยคลาน
ทีมวิจัยเสนอสมมติฐานว่า ไททานโนซอร์อาจสร้างเนินรังขนาดใหญ่ขึ้นโดยการโกยเศษพืชและใบไม้มาทับกลบไข่ไว้ กระบวนการนี้ทำให้เกิดการย่อยสลายของจุลินทรีย์และการหมักหมมของเศษพืช ซึ่งสร้างความร้อนชีวภาพตามธรรมชาติลอยขึ้นมากกไข่ให้เติบโตได้
โดยกลยุทธ์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับพฤติกรรมของสัตว์ในยุคปัจจุบันที่เป็นญาติของไดโนเสาร์ เช่น นกพุ่มไม้ และจระเข้น้ำเค็ม ซึ่งใช้วิธีสร้างกองหมักเพื่อสร้างความร้อนฟักไข่เช่นกัน รูพรุนขนาดใหญ่บนเปลือกไข่ที่พบยังช่วยให้ออกซิเจนสามารถถ่ายเทเข้าสู่ตัวอ่อนที่ถูกฝังอยู่ใต้กองพืชได้อย่างเพียงพอ การค้นพบครั้งนี้เปิดเผยให้เห็นความสามารถในการปรับตัวเชิงนิเวศวิทยาของไดโนเสาร์ยักษ์ที่สามารถขยายถิ่นอาศัยและขยายพันธุ์ในพื้นที่หนาวเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยดังกล่าวมีชื่อว่า Titanosaur eggshells from the latest Cretaceous of Patagonia, Argentina: implications for nesting at high latitude ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ในวารสารวิชาการ Royal Society Open Science ของราชสมาคมแห่งลอนดอน (The Royal Society) นำโดย โคเฮ ทานากะ (Kohei Tanaka) จากมหาวิทยาลัยสึกุบะ (University of Tsukuba) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับนักวิจัยจากญี่ปุ่น อาร์เจนตินา และแคนาดา รวม 6 คน โดยศึกษาชิ้นส่วนเปลือกไข่ไททาโนซอร์มากกว่า 250 ชิ้นจากชั้นหินชอร์ริลโลในปาตาโกเนีย ประเทศอาร์เจนตินา เพื่อทำความเข้าใจว่าไดโนเสาร์ยักษ์เหล่านี้สามารถทำรังและฟักไข่ในพื้นที่ละติจูดสูงที่มีอากาศเย็นได้อย่างไร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
