รีเซต

งานวิจัยใหม่พบ ยังไม่มีอะไรบอกได้ว่า "เข็มขัดพยุงหลัง" ช่วยหลังได้จริง

งานวิจัยใหม่พบ ยังไม่มีอะไรบอกได้ว่า "เข็มขัดพยุงหลัง" ช่วยหลังได้จริง
TNN ช่อง16
12 กันยายน 2569 ( 11:55 )

งานวิจัยล่าสุดจาก Cochrane Library พบว่าเข็มขัดพยุงหลัง หรือ Lumbar Support  ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยพยุงบริเวณหลัง ลดการเคลื่อนไหวบางส่วน อาจไม่ได้ช่วยอะไรหลังให้มีอาการดีขึ้นเลย

งานวิจัยพบอะไรเกี่ยวกับ "เข็มขัดพยุงหลัง"

นักวิจัยได้ทำการทบทวนการทดลองแบบสุ่มจำนวน 8 การศึกษา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรวมกันมากกว่า 500 คน อายุระหว่าง 25–78 ปี โดยงานวิจัยเหล่านี้เปรียบเทียบการใช้อุปกรณ์พยุงหลังทั้งในกรณีที่ใช้เพียงอย่างเดียว และการใช้ร่วมกับแนวทางอื่น ๅ เช่น การออกกำลังกายหรือการใช้ยาแก้ปวด ผลจากการทบทวนยังไม่สามารถให้ข้อสรุปที่ชัดเจนได้ว่า "เข็มขัดพยุงหลังใช้งานได้จริง" เนื่องจากจำนวนงานวิจัยมีจำกัดและคุณภาพของหลักฐานยังไม่สูงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลของอุปกรณ์พยุงหลังในวงกว้างได้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่า อุปกรณ์พยุงหลังอาจช่วยให้คนบางกลุ่มสามารถจัดการกับอาการปวดได้ในระยะสั้น และอาจใช้ร่วมกับยาแก้ปวดทั่วไปได้ แต่หลักฐานดังกล่าวยังไม่มากพอที่จะบอกว่าอุปกรณ์นี้จะให้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่

เมื่อพิจารณาร่วมกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO พบว่า สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังแบบปฐมภูมิ ไม่ควรใช้อุปกรณ์พยุงเอว เข็มขัดพยุงหลัง หรืออุปกรณ์พยุงหลังเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาตามปกติ เนื่องจากหลักฐานด้านประโยชน์ยังไม่เพียงพอ

WHO ให้ความสำคัญกับแนวทางการดูแลที่ครอบคลุมมากกว่า เช่นการให้ความรู้เกี่ยวกับอาการปวด การดูแลตนเอง การออกกำลังกาย การทำกายภาพบางรูปแบบ การบำบัดทางจิตวิทยา เช่น Cognitive Behavioral Therapy รวมถึงการใช้ยาบางประเภทเมื่อเหมาะสม โดยแนวทางควรปรับให้เข้ากับสภาพร่างกาย จิตใจ และบริบทการใช้ชีวิตของแต่ละคน

WHO ยังระบุว่าอาการปวดหลังส่วนล่างแบบไม่จำเพาะเจาะจงเป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด คิดเป็นประมาณ 90% ของกรณีทั้งหมด และการฟื้นฟูมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ

งานวิจัยยังพบว่า การศึกษาส่วนใหญ่เกี่ยวกับอุปกรณ์พยุงหลังมาจากประเทศหรือพื้นที่ที่ประชาชนมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ซึ่งทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า การประเมินว่าอุปกรณ์ชนิดนี้มีประโยชน์หรือไม่ ควรมองจากมุมของประเทศที่มีระบบสาธารณสุขพร้อม หรือควรพิจารณาบริบทของพื้นที่ที่มีทางเลือกในการรักษาแบบมีข้อจำกัดด้วย

ในบางพื้นที่ การทำกายภาพบำบัดหรือโปรแกรมฟื้นฟูที่ต้องอาศัยนักกายภาพบำบัดและบุคลากรทางการแพทย์อาจมีค่าใช้จ่ายสูงหรือเข้าถึงได้ยาก ในสถานการณ์เช่นนี้ อุปกรณ์พยุงหลังราคาถูกอาจยังมีบทบาทในการช่วยให้ผู้ป่วยจัดการกับอาการปวด แม้จะยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันประสิทธิภาพอย่างชัดเจนก็ตาม

อาการปวดหลังส่วนล่างไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว

ความยากของการรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างอยู่ที่อาการดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุเดียวเสมอไป บางคนอาจมีอาการปวดจากปัญหาของกล้ามเนื้อและระบบกระดูก ขณะที่บางคนอาจมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทหรือโรคบางชนิดที่ต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม

WHO แบ่งอาการปวดหลังส่วนล่างออกเป็นอาการปวดแบบจำเพาะเจาะจงและแบบไม่จำเพาะเจาะจง โดยแบบจำเพาะเจาะจงอาจเกิดจากโรคหรือความผิดปกติบางอย่าง เช่น กระดูกหัก โรคมะเร็ง หรือปัญหาทางโครงสร้าง ขณะที่อาการปวดแบบไม่จำเพาะเจาะจงไม่สามารถระบุโรคหรือความผิดปกติทางโครงสร้างที่ชัดเจนว่าเป็นสาเหตุของอาการได้ ด้วยเหตุนี้ การเลือกวิธีรักษาจึงไม่ควรพิจารณาจากอุปกรณ์หรือวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินลักษณะอาการและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยแต่ละคน

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง แนวทางที่มุ่งให้ผู้ป่วยยังคงเคลื่อนไหวและกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเหมาะสมมีความสำคัญมากกว่าแนวคิดที่พยายามพยุงหรือจำกัดการเคลื่อนไหวของหลังเพียงอย่างเดียว WHO แนะนำโปรแกรมการออกกำลังกายและการฟื้นฟูเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางดูแลอาการปวดหลังส่วนล่าง โดยเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการลดอาการปวด แต่ยังรวมถึงการเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวและช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปทำกิจกรรมที่มีความหมายต่อชีวิตได้อีกครั้ง

การดูแลยังครอบคลุมถึงการปรับพฤติกรรม เช่น การเพิ่มกิจกรรมทางกาย การดูแลน้ำหนักตัว การนอนหลับให้เพียงพอ การดูแลสุขภาพจิต และการปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อลดแรงกดหรือความเครียดที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง