รีเซต

หนังผิวฉลาม ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงเครื่องบิน 1-2%

หนังผิวฉลาม ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงเครื่องบิน 1-2%
TNN ช่อง16
30 กันยายน 2569 ( 16:02 )
3

Lufthansa Technik เปิดตัว AeroSHARK ฟิล์มที่มีพื้นผิวเลียนแบบมาจากผิวหนังของฉลาม สำหรับใช้ติดกับกับเครื่องบิน ช่วยลดแรงต้านอากาศและมีพลังงานเหลือเพิ่มขึ้น 1 - 2%

AeroSHARK คืออะไร ?

AeroSHARK ถูกสร้างขึ้นจากการสังเกตผิวหนังของฉลามที่ไม่ได้เรียบสนิท แต่ประกอบด้วยโครงสร้างขนาดเล็กที่เรียกว่า Dermal Denticles ซึ่งมีสันละเอียดเรียงตัวไปตามทิศทางการไหลของน้ำ

สันเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นร่องขนาดเล็ก ช่วยควบคุมการไหลของของไหลบริเวณผิว ทำให้ลดผลกระทบจากแรงเสียดทานและช่วยให้ฉลามเคลื่อนที่ผ่านน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดเดียวกันนี้ถูกนำมาปรับใช้กับเครื่องบิน โดยเปลี่ยนจากการควบคุมการไหลของน้ำเป็นการควบคุมการไหลของอากาศแทน แล้วจึงเกิดเป็น AeroSHARK ขึ้นมาในท้ายที่สุก

เพราะแม้พื้นผิวของเครื่องบินจะดูเรียบเมื่อมองด้วยตาเปล่าหรือสัมผัสด้วยมือ แต่ในระดับจุลภาค พื้นผิวของลำตัวเครื่องบินยังมีความขรุขระอยู่ เมื่อเครื่องบินเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผ่านอากาศ จะเกิดชั้นอากาศบาง ๆ บริเวณพื้นผิว ซึ่งมีการไหลและเกิดกระแสวนขนาดเล็ก ส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานระหว่างอากาศกับผิวเครื่องบิน (Skin-Friction Drag) ยิ่งเครื่องบินต้องเผชิญกับแรงต้านมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อรักษาความเร็วและระดับการบิน

AeroSHARK เป็นฟิล์มโพลิเมอร์ที่มีร่องขนาดเล็กจำนวนมากอยู่บนพื้นผิว โดยร่องขนาดเล็กมีความสูงประมาณ 50 ไมโครเมตรและจัดแนวให้สอดคล้องกับทิศทางการไหลของอากาศบนเครื่องบินอย่างแม่นยำ 

เมื่อใช้กับเครื่องบิน ฟิล์มดังกล่าวจะติดตั้งบนบริเวณลำตัวและครอบเครื่องยนต์ เพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศ โดยทาง Lufthansa ระบุว่า AeroSHARK สามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงได้ประมาณ 1% ต่อเที่ยวบิน

AeroSHARK ถูกใช้กับเครื่องบินแล้ว 22 ลำ

ล่าสุดทาง AeroSHARK กำลังถูกนำมาใช้ทดสอบกับเครื่องบิน Airbus A330 โดย Lufthansa Group ระบุว่าเครื่องบิน A330-300 ของ Discover Airlines จะเป็นเครื่องบิน Airbus ลำแรกที่เข้าร่วมการทดสอบ หลังตัว AeroSHARK ได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการรับรองกับสำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป หรือ EASA ในเดือนสิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา

หากการรับรองเสร็จสมบูรณ์ เทคโนโลยี AeroSHARK จะสามารถนำไปใช้กับเครื่องบิน Airbus A330-200 และ A330-300 ได้ ซึ่งก่อนขยายไปยัง Airbus A330 เทคโนโลยี AeroSHARK ถูกนำมาใช้งานกับเครื่องบินระยะไกลของ Lufthansa Group แล้ว โดยข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ระบุว่ามีเครื่องบินทั้งหมด 22 ลำ ที่ติดตั้งแผ่นพื้นผิวนี้

เครื่องบินทั้งหมดประกอบไปด้วย Boeing 777-300ER ของ SWISS จำนวน 12 ลำ, Boeing 777F ของ Lufthansa Cargo จำนวน 5 ลำ, Boeing 777-200ER ของ Austrian Airlines จำนวน 4 ลำ และ Boeing 747-400 ของ Lufthansa อีก 1 ลำ เมื่อรวมกันแล้ว Lufthansa Group ระบุว่าเครื่องบินที่ติดตั้ง AeroSHARK สามารถช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ประมาณ 19 ตันต่อวัน และลดการปล่อย คาร์บอนได้ประมาณ 60 ตันต่อวัน

ในภาพรวม Lufthansa Technik รายงานว่าเครื่องบินที่ติดตั้ง AeroSHARK สะสมชั่วโมงบินมากกว่า 377,000 ชั่วโมง และประหยัดเชื้อเพลิงได้มากกว่า 22,000 ตัน พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนได้มากกว่า 70,000 ตัน โดยเป็นตัวเลขสะสมถึงเดือนกรกฎาคม 2026

การขยาย AeroSHARK ไปยัง Airbus A330 มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการนำเทคโนโลยีไปสู่เครื่องบินอีกตระกูลที่มีบทบาทในตลาดเครื่องบินโดยสารระยะไกล Lufthansa Technik จะเริ่มกระบวนการรับรองสำหรับ Airbus A330-200 และ A330-300 โดยใช้ A330-300 ของ Discover Airlines เป็นเครื่องบินสำหรับการทดสอบ ก่อนและหลังการติดตั้งเครื่องบินจะเข้าร่วมเที่ยวบินทดสอบเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อกระบวนการรับรอง

การรับรองลักษณะนี้ต้องผ่านทั้งการตรวจสอบทางเทคนิค การทดสอบภาคพื้นดิน การทดสอบในอากาศ และการประเมินประสิทธิภาพระหว่างการปฏิบัติงานจริง เพื่อยืนยันว่าเทคโนโลยีสามารถใช้งานบนเครื่องบินได้อย่างปลอดภัยและไม่กระทบต่อระบบสำคัญของเครื่องบิน

Lufthansa ไม่ได้หยุดแค่ลำตัวเครื่องบิน

นอกจากนี้ Lufthansa Technik และ Airbus ยังได้กำลังพัฒนา AeroSHARK รุ่นสำหรับติดตั้งบนปีกและแพนหาง ของ Airbus A330ceo ด้วย โดยปัจจุบันการใช้งานหลักอยู่บริเวณลำตัวและครอบเครื่องยนต์ แต่ปีกและแพนหางเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และมีความสำคัญต่ออากาศพลศาสตร์ หากสามารถนำแผ่นพื้นผิวนี้ไปใช้กับพื้นผิวเหล่านี้ได้ ก็จะเพิ่มพื้นที่ที่สามารถช่วยลดแรงต้านอากาศได้อย่างมาก

Lufthansa Group ระบุว่าการขยายพื้นที่ติดตั้งดังกล่าวมีศักยภาพที่จะ เพิ่มการประหยัดได้ประมาณสองเท่า เมื่อเทียบกับการใช้งานในรูปแบบปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นศักยภาพของการขยายพื้นที่ใช้งาน ไม่ใช่ผลประหยัดที่เครื่องบินทุกลำทำได้แล้วในปัจจุบัน

ในเดือนกรกฎาคม 2026 Lufthansa Technik และ Surventis ยังเริ่มทดสอบ AeroSHARK รุ่นวัสดุใหม่บน Airbus A319 ของ Lufthansa City Airlines โดยติดตั้งฟิล์มตัวอย่างประมาณ 70 ชิ้น เพื่อศึกษาการนำเทคโนโลยีไปใช้กับพื้นผิวอื่น ๆ เช่น ปีกและส่วนหาง การทดสอบมีกำหนดดำเนินไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง