รีเซต

โควิด-19 : กราฟิก เที่ยวบิน-จราจร-มลพิษ ในเมืองใหญ่หลังล็อกดาวน์ทั่วโลก

โควิด-19 : กราฟิก เที่ยวบิน-จราจร-มลพิษ ในเมืองใหญ่หลังล็อกดาวน์ทั่วโลก
ข่าวสด
10 เมษายน 2563 ( 23:35 )
102
โควิด-19 : กราฟิก เที่ยวบิน-จราจร-มลพิษ ในเมืองใหญ่หลังล็อกดาวน์ทั่วโลก

 

โควิด-19 : กราฟิก เที่ยวบิน-จราจร-มลพิษ ในเมืองใหญ่หลังล็อกดาวน์ทั่วโลก - BBCไทย

การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สร้างความเสียหายไปทุกภาคส่วนของโลก มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 1.5 ล้านคน บีบีซีนำข้อมูลเกี่ยวกับวิกฤตครั้งนี้มาแสดงด้วยแผนภาพให้เข้าใจมาตรการรับมือและผลกระทบของโรคระบาดได้อย่างชัดเจน

การล็อกดาวน์ทั่วโลก

นโยบายในการต่อกรกับไวรัสโคโรนาของแต่ละประเทศมีรายละเอียดแตกต่างกันไปอย่างมาก เช่น โคลอมเบียอนุญาตให้ประชาชนออกจากบ้านได้ตามเลขท้ายบัตรประชาชน เซอร์เบียกำหนดเวลาสำหรับให้ประชาชนพาสุนัขออกไปเดินเล่น ส่วนในเบลารุส ประธานาธิบดีเพิกเฉยต่อคำแนะนำของคณะแพทย์ แล้วบอกว่าเหล้าวอดก้าและการไปอบซาวน่าจะช่วยให้ทุกคนปลอดภัย

มาตรการที่หลายรัฐบาลนำมาใช้เหมือนกัน คือ การแนะนำให้ประชาชนรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing นอกจากนี้ ยังจำกัดการเดินทางในประเทศ หรือที่เรียกกันว่า ล็อกดาวน์ เพื่อชะลอการแพร่ระบาดของไวรัส

BBC

แผนภาพด้านบนแสดงให้เห็นว่า จีนเป็นประเทศแรกในโลกที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา และเป็นประเทศแรกในโลกที่งัดมาตรการล็อกดาวน์มาบังคับใช้

ช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ไวรัสเริ่มแพร่กระจายเป็นวงกว้างสู่ประเทศในแถบยุโรป อเมริกาและแอฟริกาทำให้กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ดำเนินการล็อกดาวน์ทั้งระดับท้องถิ่นหรือทั่วประเทศโดยเร็วทันทีหลังตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสรายแรก

การสัญจรบนน่านฟ้า

เมื่อไวรัสโคโรนาเริ่มแพร่ระบาดในช่วงแรก หลายประเทศงดรับเที่ยวบินที่มาจากจีน รวมทั้งกักตัวผู้คนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงทันทีหลังเครื่องลงจอด ต่อมาเมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับให้เหตุการณ์นี้เป็นการระบาดครั้งใหญ่ (pandemic) ในวันที่ 11 มี.ค. การจำกัดเที่ยวบินก็เข้มงวดยิ่งขึ้น

สหรัฐอเมริกาประกาศงดรับเที่ยวบินจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 15 มี.ค. วันต่อมา อียูก็นำมาตรการปิดพรมแดนมาใช้เช่นกัน ปลายเดือน มี.ค. การสัญจรทางอากาศในสนามบินใหญ่ทั่วโลกก็ดิ่งลงตามแผนภาพด้านล่าง

เมื่อเทียบจำนวนเที่ยวบินปัจจุบันกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วก็พบว่า การเดินทางบนน่านฟ้าลดลงถึง 63% สนามบินฮีทโธรว์ของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่เคยต้อนรับนักเดินทางกว่า 80 ล้านคนต่อปี มีจำนวนเที่ยวบินหายไปกว่า 1,000 เที่ยว จาก 1,615 เมื่อ มี.ค. ปีที่แล้ว เหลือ 525 เมื่อปลายเดือน มี.ค.

BBC

การเดินทางในประเทศ

การคมนาคมในเมืองใหญ่ทั่วโลกก็ลดลงด้วยเช่นกันเมื่อรัฐบาลนำมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและและล็อกดาวน์มาใช้ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ข้อมูลจากแอปพลิเคชั่นนำทางยอดนิยมของชาวตะวันตก ซิตี้แมปเปอร์ (City Mapper) แสดงให้เห็นว่า ในวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา ประชาชนในกรุงปารีส มาดริด ลอนดอน และนิวยอร์ก เดินทางน้อยลงกว่าเดิมอย่างมากโดยเหลือเพียงประมาณ 10% เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนเดินทางน้อยลงเองตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลจะบังคับใช้นโยบายล็อกดาวน์ หรือเพียงแค่รัฐบาลออกคำแนะนำ ให้เว้นระยะห่างทางสังคมเท่านั้น เช่น กรุงสตอล์กโฮม ประเทศสวีเดน ประชาชนเดินเท้าและใช้ระบบขนส่งสาธารณะลดลงถึง 70%

BBC

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์แตกต่างออกไปในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งยังคงมีระดับการคมนาคมคงที่เช่นเดิม เนื่องจากรัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการตรวจหาผู้ติดเชื้ออย่างเข้มข้นแทนการเว้นระยะห่างทางสังคมนั่นเอง

ข้อมูลความหนาแน่นของการจราจรจาก TomTom บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง (GPS) พบว่า ระยะเวลาในการเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังจุดหมายปลายทางก็ลดน้อยลงอย่างมาก เช่น กรุงจากาตาร์ อินโดนีเซีย ที่แม้ปราศจากนโยบายล็อกดาวน์อย่างเป็นทางการ แต่ระดับความหนาแน่นดิ่งจนเกือบถึงศูนย์เปอร์เซ็นต์ หรือหมายความว่าถนนโล่งและรถไม่ติดเลยนั่นเอง

BBC

สำหรับจีน ระดับการจราจรเริ่มกลับมาสู่ปกติ โดยสังเกตได้ว่าตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. ความหนาแน่นบนท้องถนนในเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งเพิ่มขึ้นจนเกือบถึงครึ่งหนึ่งของช่วงเวลาปกติแล้ว แต่สำหรับเมืองอู่ฮั่น จุดเริ่มต้นของการระบาด การสัญจรยังไม่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

สิ่งแวดล้อม

หนึ่งในผลกระทบแง่บวกของมาตรการล็อกดาวน์เพื่อรับมือกับไวรัสโคโรนา คือ มลภาวะที่ลดลงในบางพื้นที่ทั่วโลก โดยวิเคราะห์จากปริมาณไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ซึ่งเป็นแก๊สพิษชนิดหนึ่งในอากาศที่มักเกิดจากการเผาไหม้ อุตสาหกรรมในโรงงาน และการใช้ยานยนต์

ข้อมูลจากแผนภาพแสดงให้เห็นระดับความเข้มข้นของแก๊สดังกล่าวในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และนครมิลาน ประเทศอิตาลี ที่บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นระยะเวลานานกว่าที่อื่น สังเกตได้ว่าความเข้มข้นของ ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เดือน ม.ค. และ มี.ค. ในปีนี้ น้อยลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด

มลภาวะเหล่านี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อมนุษย์ เช่น ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพด้านการคิดและสติปัญญา องค์การอนามัยโลกชี้ว่า แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 7 ล้านคนจากอากาศที่เป็นพิษ นอกจากนี้ 9 ใน 10 ของประชากรโลกต้องหายใจนำมลพิษเข้าสู่ร่างกาย

BBC
BBC

ทำงานทางไกล

เมื่อประเทศต่าง ๆ พยายามสกัดการเดินทาง หลีกเลี่ยงการระบาดของโลก พนักงาน ลูกจ้างจำนวนมากต้องทำงานอยู่กับบ้านแทน ทำให้พวกเขาต่างต้องหันมาใช้การสื่อสารผ่านทางวิดีโอคอล หรือแอปสนทนา สถิติข้างล่างนี้ แสดงให้เห็นจำนวนข้อความเฉลี่ยต่อสัปดาห์ต่อหนึ่งผู้ใช้งานแอปฯ สแล็ก (Slack) ส่งหากัน เพิ่มขึ้นกว่า 1/3

BBC

ข่าวที่เกี่ยวข้อง