แบงก์ชาติดับหวังLTV ผ่ากลยุทธ์อสังหาดิ้นสู้

แบงก์ชาติดับหวังLTV ผ่ากลยุทธ์อสังหาดิ้นสู้
ทันหุ้น
11 กันยายน 2563 ( 07:45 )
39
แบงก์ชาติดับหวังLTV ผ่ากลยุทธ์อสังหาดิ้นสู้

ทันหุ้น - สู้โควิด - ธปท.จุดยืนชัดมาตรการ LTV ไม่เป็นอุปสรรคต่อตลาด ด้านผู้ประกอบการประสานเสียงอสังหาฯ ยังไม่ฟื้น ชี้ยอดขายเร่งตัวจากการลดราคาระบายสต๊อก จำเป็นต้องหากลยุทธ์สู้เอง นักวิเคราะห์คาดทั้งปียอดขาย-กำไรลด 30% แนะเลือกลงทุนหุ้นปัจจัยเฉพาะชี้เป้า SPALI ที่ 18บาท คาดปันผล 5.5%

 

นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ข้อมูลของ ธปท. พบว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2/2563ยังขยายตัวที่ 4.4% สูงกว่าไตรมาสก่อน แม้จะอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นการซื้อบ้านหลังแรก สะท้อนว่ามาตรการ LTV ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ซื้อบ้าน และสถาบันการเงินยังมีการปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มเติมหากผู้กู้มีความสามารถในการผ่อนชำระ

 

ขณะเดียวกันมาตรการ LTV ยังช่วยรองรับผลกระทบของโควิด 19ที่มีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และระบบเศรษฐกิจโดยรวมเนื่องจากช่วยชะลอความต้องการเทียมและปริมาณที่อยู่อาศัยส่วนเกินก่อนเหตุการณ์ระบาดของโควิด 19  ทั้งนี้ ในสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงและไม่รู้ว่าโควิด 19จะจบลงเมื่อใด ธปท. จะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง

 

@ค้านยังไม่ฟื้น

 

นายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุ ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัวอย่างแท้จริง ผู้ประกอบการในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ต้องดิ้นปรับตัวสู้ ปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และบริหารจัดการด้านการเงินให้สอดรับกับสถานการณ์เพื่อให้ก้าวข้ามวิกฤตินี้ไปให้ได้

 

@ผ่ากลยุทธ์ดิ้นสู้

 

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัยจำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ระบุ กลุ่มบริษัทเน้นการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา เน้นการออกแบบ – การตกแต่งภายในแต่ละโครงการทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียมให้เหมาะสม สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว กำหนดราคาขายในแต่ละโครงการในระดับที่พอดี สามารถแข่งขันกับโครงการในทำเลเดียวกันได้ โดยไม่เน้นการนำสต๊อกสินค้ามาปรับลดราคาลง

 

พร้อมกันนี้ ยืนยันว่าโดยภาพรวมอุตสาหกรรมพัฒนาอังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัว ยอดขายที่ขยายตัวเกิดจากการที่ผู้ประกอบการนำสต๊อกสินค้าในแต่ละโครงการมาทำกลยุทธ์ด้านราคา เพื่อหวังระบายสต๊อกและมีกระแสเงินสดเข้ามาหมุนเวียนภายในองค์กร

 

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ระบุ ตลอด 8เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ต่างต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับแต่ละสถานการณ์ สำหรับบริษัทเน้นการกระจายความเสี่ยงขยายตลาดแนวราบ ควบคู่พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลศักยภาพ ในระดับราคาที่เหมาะสม เจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่แท้จริง รวมถึงการมองหาทำเลศักยภาพเพื่อพัฒนาโครงการ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ทั้งจังหวัดระยอง และชลบุรี

 

@ยอดขาย-รายได้ลด 30%

 

นายสรพงษ์ จักรธีรังกูร นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ภาพรวมทั้งปี 2563 ของกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีแนวโน้มยอดขาย-รายได้รวมลดลงกว่า 30% เมื่อเทียบกับปี 2562 กดดันจากกำลังซื้อที่หายไป สำหรับยอดขายที่ขยายตัวมาจากการระบายสต๊อกสินค้าของผู้ประกอบการแต่ละราย ประกอบกับเน้นการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานอย่างเหมาะสม เน้นรักษากระแสเงินสดและปรับลดต้นทุนให้มากที่สุด

 

ฝ่ายวิเคราะห์พบว่ากำลังซื้อยังคงกระจุกตัวอยู่ในบางทำเล และในบางกลุ่มสินค้าทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียม ดังนั้นนักลงทุนยังสามารถเลือกลงทุนหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะ อาทิ SPALI ซึ่งมี Backlog ที่มีศักยภาพการทำกำไรสูง โดยเฉพาะโครงการแนวราบ อีกทั้งยังมีส่วนแบ่งตลาดที่สูงทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม เป็นปัจจัยช่วยหนุนกำไรในครึ่งหลังปี 2563 ให้เร่งตัวขึ้นได้ 200%รวมถึงมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงถึง 5.5% แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18.00 บาท

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง