ไม่ยกฟ้อง! ศาลสหรัฐฯ สั่ง "Amazon" สู้คดีโก่งราคา

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำสั่งปฏิเสธคำร้องของ Amazon (แอมะซอน) ที่ขอให้ยกฟ้องคดีแบบกลุ่ม ซึ่งกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่นี้มีพฤติกรรมโก่งราคาสินค้าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้คดีสามารถเดินหน้าพิจารณาต่อไปได้
ผู้พิพากษา Robert Lasnik แห่งศาลแขวงสหรัฐในเมืองซีแอตเทิล ระบุว่า ข้อโต้แย้งของแอมะซอนที่อ้างว่ากฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐวอชิงตันมีความคลุมเครือและไม่ครอบคลุมกรณีโก่งราคา ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ พร้อมชี้ว่า จากสถานการณ์ขาดแคลนสินค้า มาตรการด้านสาธารณสุข และการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปสู่การซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคอาจแทบไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องซื้อสินค้าจากแอมะซอน แม้ในราคาที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม
โจทก์ในคดีระบุว่า แอมะซอนไม่สามารถป้องกันผู้ขายบนแพลตฟอร์มจากการตั้งราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงเกินสมควร ทั้งอาหารและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังกล่าวหาว่าแอมะซอนปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการในสต๊อกของตนเอง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากผู้บริโภคที่อยู่ในภาวะจำเป็นเร่งด่วน
คำฟ้องระบุว่า ราคาสินค้าหลายรายการปรับขึ้นอย่างรุนแรง อาทิ ยาแก้ปวดบางชนิดเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า หรือ 200% กระดาษชำระบางยี่ห้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า (1,000%) หรือจะเป็น หน้ากากอนามัยบางประเภท ปรับขึ้นสูงถึงราว 18 เท่า (1,800%)
ด้านแอมะซอนยังไม่มีความเห็นต่อคำตัดสินดังกล่าว ขณะที่ทนายฝ่ายโจทก์มองว่าคำสั่งศาลครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภค โดยคดีมีเป้าหมายเรียกค่าเสียหายให้กับผู้ที่ซื้อสินค้าในราคาที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์มแอมะซอน ระหว่างปลายเดือนมกราคม 2563 ถึงเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่หลายรัฐในสหรัฐยุติสถานการณ์ฉุกเฉินจากโควิด-19
คำตัดสินนี้ถูกจับตามองในฐานะบรรทัดฐานสำคัญต่อการกำกับดูแลแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และบทบาทของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ต่อการคุ้มครองผู้บริโภคในภาวะวิกฤต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
