ศึก"สหรัฐฯ-อิหร่าน"กดดันแบงก์ชาติในเอเชีย

“รอยเตอร์ส” ระบุว่า วิกฤตในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นกำลังกระทบต่อการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางในเอเชีย โดยเฉพาะเรื่องทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งหาจุดสมดุลได้ลำบากระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการสกัดเงินเฟ้อ
ขณะนี้การลดอัตราดอกเบี้ยกลายเป็นการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ใช่แค่เพราะแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการไหลออกของเงินทุนจากเงื่อนไขทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่ย่ำแย่ลง
อย่างกรณีของธนาคารกลางอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะมุ่งเน้นที่การสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำ แต่การแห่ซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน นี่จึงอาจบีบให้ธนาคารกลางต้องเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงเงินรูปีที่อ่อนค่าลง
“โทรุ นิชิฮามะ” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำตลาดเกิดใหม่ของ “ไดอิชิ ไลฟ์ รีเสิร์ช อินสติติวต์” มองว่า ธนาคารกลางของไทยและฟิลิปปินส์อาจเผชิญแรงกดดันให้ปรับท่าทีจากการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย แม้ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะกระทบกับเศรษฐกิจก็ตาม
ขณะที่ธนาคารกลางหลายแห่งจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก เนื่องจากอยู่ภายใต้แรงกดดันจากทั้งตลาดและรัฐบาล ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังไม่มีแนวโน้มจะยุติ ทำให้ความเสี่ยงเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (stagflation) สูงขึ้น
ผลกระทบยิ่งชัดเจนสำหรับเขตเศรษฐกิจที่เน้นภาคการผลิตอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งต้องพึ่งพาการค้าโลก ตลาดที่มีเสถียรภาพ และต้นทุนวัตถุดิบราคาถูก แต่ทั้งหมดนี้กำลังถูกบั่นทอนลงจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้าง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
