ทรัมป์ยอมลดเงื่อนไข โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ให้ระงับ 20 ปี แทนระงับถาวร

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาจะยอมรับการ “ระงับ” โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นเวลา 20 ปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยยืนยันข้อเรียกร้องเดิมให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดอย่างถาวรและเคยเรียกร้องให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งสื่อต่างประเทศมองว่านี่ดูเหมือนจะเป็นการยืนยันว่าทรัมป์ได้เปลี่ยนจุดยืนต่อเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแล้ว
ทรัมป์ เปิดเผยเรื่องนี้กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One ระหว่างเดินทางกลับกรุงวอชิงตันดี.ซี. หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนจีน ทรัมป์ย้ำว่าทั้งเขาและสีจิ้นผิง เห็นตรงกันว่า อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็ว แต่เมื่อมีผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ว่า การระงับโครงการนิวเคลียร์ 20 ปีของอิหร่านอาจยังไม่เพียงพอหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “20 ปีก็เพียงพอแล้ว” แต่ต้องมีการรับประกันจากฝั่งอิหร่านด้วย พร้อมทั้งย้ำว่า “จะต้องเป็น 20 ปี จริง ๆ” โดยที่ทรัมป์ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม แต่ทรัมป์กล่าวด้วยว่าความอดทนของเขาที่มีต่ออิหร่านกำลังจะหมดลง เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณของความคืบหน้าในการเจรจา
BBC รายงานว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ระหว่างการเจรจาในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ได้ยืนกรานว่าอิหร่านต้องหยุดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี แม้ว่าฝั่งอิหร่านจะเสนอหยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลา 5 ปี ก็ตาม แต่การเปิดเผยของทรัมป์ในครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์เองได้พูดถึงกรอบเวลา 20 ปีออกมาอย่างชัดเจน
ย้อนไปในสมัยแรกที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาเคยถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ที่รัฐบาลของ อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ทำไว้กับอิหร่าน โดยหนึ่งในเหตุผลคือการคัดค้าน “sunset clauses” หรือเงื่อนไขที่ทำให้ข้อจำกัดบางอย่างต่ออิหร่านหมดอายุลงตามเวลา
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ แต่ก่อนหน้านี้เนทันยาฮูเคยกล่าวว่า สต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้อง “ถูกนำออกไป” ก่อนที่สงครามกับอิหร่านจะถือว่าสิ้นสุดลง โดยเนทันยาฮูได้คัดค้านข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 อย่างรุนแรงมาโดยตลอด ส่วนหนึ่งเพราะมองว่าเงื่อนไข sunset clauses จะเปิดโอกาสให้อิหร่านสามารถกลับมาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ในอนาคตซึ่งเขามองว่าจะยังคงเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลต่อไป
ทั้งนี้ ฝั่ง “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวเมื่อวานนี้ว่า อิหร่าน “ไม่ไว้วางใจ” สหรัฐฯ และสนใจจะเจรจากับสหรัฐฯก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ มีความจริงใจเท่านั้น โดยอารักชีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่กรุงนิวเดลีระหว่างร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม BRICS ว่าเรือทุกลำยังสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ยกเว้นเรือของประเทศที่ก่อสงครามกับอิหร่าน หากเรือของประเทศต่าง ๆ มีการประสานงานกับกองทัพเรืออิหร่านอย่างชัดเจน เขากล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์รอบช่องแคบฮอร์มุซแห่งนี้ “ซับซ้อนมาก” แต่อิหร่านจะปฏิบัติหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ในการปกป้องความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซเสมอ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
