รีเซต

พนักงานญี่ปุ่นโบกมือลาไทย บริษัทแม่เรียกตัวกลับประเทศ

พนักงานญี่ปุ่นโบกมือลาไทย บริษัทแม่เรียกตัวกลับประเทศ
TNN ช่อง16
6 มิถุนายน 2569 ( 21:45 )

หากพูดถึงนักลงทุนต่างชาติที่ผูกพันกับประเทศไทยมากที่สุดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ชื่อของ "ญี่ปุ่น" คงเป็นคำตอบอันดับต้นๆแต่วันนี้ภาพที่เคยคุ้นอาจกำลังเปลี่ยนไปเพราะข้อมูลล่าสุดพบว่า จำนวนใบอนุญาตทำงานของชาวญี่ปุ่นในไทยลดลงต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จากจุดสูงสุดกว่า 36,600 ใบในปี 2558 เหลือเพียงประมาณ 21,900 ใบในปี 2568 ขณะที่แรงงานจากจีนเพิ่มขึ้นจนทะลุ 53,000 ใบ กลายเป็นกลุ่มต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานมากที่สุดในไทย จนทำให้หลายคนอาจมองว่าหรือญี่ปุ่นจะทยอยถอนการลงทุนจากไทยหรือไม่ ?

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า หลายบริษัทญี่ปุ่นเริ่มลดการส่งพนักงานมาประจำสาขาในประเทศไทย และทยอยเรียกบุคลากรกลับไปทำงานที่ญี่ปุ่นมากขึ้น เหตุผลสำคัญมาจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานจากสังคมสูงวัย ค่าเงินเยนที่อ่อนตัว รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากจีน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

ในอดีต บริษัทญี่ปุ่นเคยเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนต่างๆ จนทำให้ญี่ปุ่นเคยมีสัดส่วนการลงทุนคิดเป็นเกือบ 40% ของเงินลงทุนจากต่างชาติทั้งหมดในไทย

แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ไม่ว่าจะเป็น BYD, GWM หรือค่ายรถจีนรายอื่น กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างมีนัยสำคัญ

Katsuhiro Nakamura บริษัทที่ปรึกษา Asian Identity  ระบุว่า ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในไทยไปแล้วราว 10-15% จากการรุกตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจีน ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทจีนยังเสนอค่าตอบแทนที่สูงกว่า จนสามารถดึงวิศวกรและผู้จัดการสายการผลิตจากบริษัทญี่ปุ่นได้จำนวนมาก เช่น BYD ที่เข้ามาตั้งโรงงานในไทย บริษัทได้ดึงบุคลากรจากค่ายรถญี่ปุ่นหลายแห่ง จนบางบริษัทต้องปรับโครงสร้างธุรกิจ และบางรายตัดสินใจยุติการผลิตในประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการมองว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีแต่ด้านลบ โดยศ.ดร.ภวิดา ปานะนนท์ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า การลดจำนวนผู้บริหารและพนักงานญี่ปุ่นในไทย อาจเปิดโอกาสให้คนไทยก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งระดับบริหารและตำแหน่งสำคัญมากขึ้นจากเดิมที่หลายตำแหน่งถูกสงวนไว้ให้ผู้บริหารจากสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่บริษัทญี่ปุ่นเริ่มลดบทบาทลง ก็อาจสะท้อนว่าการลงทุนใหม่จากญี่ปุ่นกำลังชะลอตัวลงเช่นกันและผู้ที่กำลังเข้ามาเติมช่องว่างนั้น ก็คือ "จีน"

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ญี่ปุ่นกำลังออกจากไทยหรือไม่แต่คือ ไทยพร้อมหรือยังกับการเปลี่ยนผ่านจากยุค "Japan Era" สู่ยุค "China Era"เพราะตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นคือหนึ่งในเสาหลักที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทย ขณะที่วันนี้ จีนกำลังก้าวขึ้นมารับบทบาทนั้นแทนและสิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ คือการเปลี่ยนตัวผู้เล่นรายใหญ่ จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทย หรือทำให้ไทยกลายเป็นเพียงฐานการผลิตแห่งใหม่ของมหาอำนาจอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง