รีเซต

"สงครามอิหร่าน" เขย่าการบินโลก น้ำมันพุ่ง–ตั๋วแพงจ่อซ้ำ

"สงครามอิหร่าน" เขย่าการบินโลก น้ำมันพุ่ง–ตั๋วแพงจ่อซ้ำ
TNN ช่อง16
5 มิถุนายน 2569 ( 14:57 )

อุตสาหกรรมการบินโลกกำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 หลังสงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูง เส้นทางบินหลายจุดต้องเลี่ยงน่านฟ้าเสี่ยงภัย และกดดันให้สายการบินทั่วโลกต้องทบทวนทั้งต้นทุน ค่าโดยสาร และแผนทำกำไร

ประเด็นนี้จะเป็นหัวข้อหลักในการประชุมใหญ่ประจำปีของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA ที่นครริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 6–8 มิถุนายน โดยเป็นเวทีรวมผู้บริหารสายการบิน ผู้ผลิตเครื่องบิน ซัพพลายเออร์ และภาคการเงินจากทั่วโลก

ก่อนหน้านี้ IATA คาดว่า กำไรของอุตสาหกรรมการบินโลกปีนี้อาจแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่สถานการณ์สงครามอิหร่านทำให้ผู้บริหารและนักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจถูกปรับลดลงในการประชุมครั้งนี้

แรงกดดันหลักมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ความกังวลด้านอุปทาน การปิดหรือจำกัดน่านฟ้าในตะวันออกกลาง ปัญหาการส่งมอบเครื่องบินที่ล่าช้า รวมถึงคำถามว่า สายการบินจะยังไปถึงเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ได้หรือไม่ เพราะเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนยังมีต้นทุนสูงและมีปริมาณจำกัด

หลายสายการบินเริ่มตอบสนองแล้ว ด้วยการขึ้นค่าโดยสาร ตัดเส้นทางที่ไม่ทำกำไร และรักษาเงินสดไว้รอให้แรงกดดันคลี่คลาย ขณะที่ Moody’s Ratings ได้ปรับมุมมองอุตสาหกรรมการบินโลกจากมีเสถียรภาพเป็นเชิงลบ โดยชี้ว่าต้นทุนน้ำมันจากสงครามอิหร่านและความปั่นป่วนรอบช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้กำไรจากการดำเนินงานปีนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และกำไรปี 2026 อาจหายไปมากกว่าร้อยละ 35

ผลกระทบยังเห็นชัดในข้อมูลผู้โดยสาร โดย IATA ระบุว่า ปริมาณการเดินทางทั่วโลกในเดือนเมษายนหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การฟื้นตัวหลังโควิด นำโดยสายการบินตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบหนักจากเส้นทางบินที่ยาวขึ้นและต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น

สายการบินในอ่าวอาหรับอย่าง Emirates, Qatar Airways และ Etihad เผชิญแรงกดดันโดยตรง เพราะโมเดลธุรกิจพึ่งพาศูนย์กลางการบินในดูไบ โดฮา และอาบูดาบี แม้สงครามยังไม่ทำลายโมเดลฮับของภูมิภาคนี้ แต่การบินอ้อมทำให้ใช้เวลานานขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น และลดความได้เปรียบด้านต้นทุน

ขณะเดียวกัน สายการบินยุโรปและเอเชียบางรายที่มีเส้นทางบินตรงระยะไกลระหว่างเอเชียกับยุโรป อาจได้โอกาสจากความปั่นป่วนของสายการบินอ่าวอาหรับ แต่ก็ยังต้องเผชิญต้นทุนน้ำมันสูง น่านฟ้ารัสเซียที่ยังปิด และข้อกำหนดด้านเชื้อเพลิงยั่งยืน

อีกปัญหาใหญ่คือ การส่งมอบเครื่องบินจาก Boeing และ Airbus ที่ล่าช้า ทำให้หลายสายการบินต้องใช้เครื่องบินเก่าที่กินน้ำมันมากกว่า ขณะที่ปัญหาเครื่องยนต์และชิ้นส่วนทำให้เครื่องบินทั่วโลกหลายร้อยลำต้องจอดนิ่ง เพิ่มแรงกดดันต่อกำไรของอุตสาหกรรม

ภาพรวมจึงสะท้อนว่า สงครามอิหร่านไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่กำลังกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนใหม่ของการบินโลก ตั้งแต่ราคาตั๋ว เส้นทางบิน กำไรสายการบิน ไปจนถึงเป้าหมายสิ่งแวดล้อมระยะยาวของทั้งอุตสาหกรรม 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง