"ทรัมป์" เมินดีลสันติภาพล่าสุด ชี้ "อิหร่าน" ระส่ำผู้นำ

สถานการณ์ความพยายามยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงติดอยู่ในภาวะทางตัน หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อข้อเสนอสันติภาพล่าสุด โดยระบุว่าอิหร่านกำลังเผชิญภาวะสับสนด้านผู้นำ และอยู่ในสภาพคล้ายการล่มสลายของโครงสร้างอำนาจ
ข้อเสนอฉบับล่าสุดของอิหร่านเสนอให้เลื่อนการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ออกไปก่อน จนกว่าสงครามจะยุติและข้อพิพาทด้านการเดินเรือได้รับการแก้ไข แต่ฝ่ายสหรัฐยืนยันว่าประเด็นนิวเคลียร์ต้องถูกหยิบขึ้นมาเจรจาตั้งแต่ต้น ทำให้ทั้งสองฝ่ายยังหาจุดร่วมไม่ได้
ความตึงเครียดยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่ออิหร่านยังคงจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ขณะที่สหรัฐเริ่มปิดล้อมเรืออิหร่าน ส่งผลให้ปริมาณเรือผ่านช่องแคบลดลงอย่างรุนแรง เหลือเพียงไม่กี่ลำต่อวัน และไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันสำหรับตลาดโลก
ปัจจัยดังกล่าวผลักดันราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นเกือบร้อยละ 3 แตะระดับประมาณ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความวิตกของตลาดพลังงานโลก ขณะเดียวกัน World Bank คาดการณ์ว่าราคาพลังงานอาจพุ่งขึ้นอีกร้อยละ 24 ในปี 2026 หากความปั่นป่วนยังไม่คลี่คลาย
ขณะเดียวกัน สหรัฐเดินหน้ามาตรการกดดันเพิ่มเติม ด้วยการคว่ำบาตรบุคคลและองค์กรอีก 35 ราย ที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงินเงาของอิหร่าน พร้อมเตือนว่าบริษัทใดที่จ่ายค่าผ่านทางให้กับอิหร่านเพื่อใช้เส้นทางฮอร์มุซ จะเผชิญมาตรการลงโทษอย่างหนัก
ภาพรวมสถานการณ์สะท้อนให้เห็นว่า สงครามที่ยืดเยื้อไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังกำลังลุกลามสู่เศรษฐกิจโลก ทั้งด้านพลังงาน การค้า และเสถียรภาพตลาด ซึ่งยังไร้สัญญาณจบในระยะสั้น