รีเซต

วิเคราะห์แนวโน้มหุ้นไทยพฤษภาคม 2569 โอกาสเกิด Sell in May

วิเคราะห์แนวโน้มหุ้นไทยพฤษภาคม 2569 โอกาสเกิด Sell in May
TNN ช่อง16
29 เมษายน 2569 ( 11:44 )

รายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 29 เม.ย. 69 ได้สัมภาษณ์เจาะลึกมุมมองการลงทุนกับ คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกและทิศทางตลาดหุ้นที่ต้องจับตา

จับตา UAE เล็งออกโอเปก

คุณประกิตประเมินว่า หากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปก (OPEC) จะส่งผลให้ปริมาณซัพพลายน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา UAE มีความขัดแย้งกับมติของกลุ่มที่ต้องการลดกำลังการผลิต และมีความต้องการที่จะผลิตน้ำมันในปริมาณที่มากขึ้นตามสไตล์ของประเทศ ปัจจุบัน UAE มีโควตาการผลิตอยู่ที่กว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีกำลังการผลิตสำรอง (Spare Capacity) อีกราว 6 แสนบาร์เรล ขณะที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติอย่าง Abu Dhabi National Oil Company ได้ระบุว่ามีศักยภาพในการผลิตถึง 4.85 ล้านบาร์เรล และมีเป้าหมายขยับขึ้นเป็น 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในอนาคต

อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นประเมินว่าสถานการณ์นี้จะยังไม่กดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรงหรืออาจจะทรงตัว เนื่องจากผลกระทบจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโลกที่ถูกโจมตี ส่งผลให้น้ำมันหายไปจากระบบกว่า 1,000 ล้านบาร์เรล (คำนวณจากการหายไปวันละ 100 ล้านบาร์เรล เป็นเวลา 10 วัน) ดังนั้นราคาน้ำมันจะปรับฐานลงอย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อเกิดการแตกหักภายในกลุ่มโอเปกอย่างแท้จริง

ตลาดหุ้นเสี่ยงเผชิญ "Sell in May"

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นต่างประเทศ คุณประกิตมองว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิดสภาวะเทขายในเดือนพฤษภาคม หรือ "Sell in May" โดยจะเห็นได้จากดัชนีกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (SOX) ของสหรัฐฯ ที่เพิ่งปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 18 วัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงถึง 20% ซึ่งถือเป็นสัญญาณของการเข้าสู่โหมดพักฐาน

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังคงเผชิญความเหนื่อยยาก เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิด "Sell in May and go away" ท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตต่ำ

แนะกลยุทธ์ Selective Buy หลบภัยในหุ้น Defensive

ในสภาวะตลาดผันผวน คุณประกิตแนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังและเลือกลงทุนเป็นรายตัว (Selective Buy) โดยเน้นหาหลุมหลบภัยในหุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive) ได้แก่

  • กลุ่มโรงพยาบาล แนะนำ BDMS เนื่องจากราคาหุ้นมีพฤติกรรมแกว่งตัวอยู่ในกรอบเดิม ถือเป็นหลุมหลบภัยที่ดีในยามตลาดผันผวน

  • กลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำ BGRIM ซึ่งมีความน่าสนใจจากการได้รับปัจจัยบวกเรื่องการปรับขึ้นค่า Ft และทิศทางราคาต้นทุนก๊าซที่ปรับตัวลดลง

  • กลุ่มสื่อสาร ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มทางเลือกในการพักเงินสะสม

นอกจากนี้ แม้จะมีแรงหนุนหรือการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มธนาคารพาณิชย์เข้ามาบ้าง แต่ยังต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติอยู่

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง