รีเซต

"ค่าไฟ" สูตรขั้นบันได เอกณัฏ ยันถูกลง 20% สั่งรื้อโครงสร้างราคาโชลาร์-ไบโอแมส

"ค่าไฟ" สูตรขั้นบันได เอกณัฏ ยันถูกลง 20% สั่งรื้อโครงสร้างราคาโชลาร์-ไบโอแมส
TNN ช่อง16
28 เมษายน 2569 ( 11:35 )
5

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ทั้งระบบ โดยปัญหาหลักที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟสูง คือการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในอดีตที่ได้รับการสนับสนุนในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ซึ่งมีกำลังผลิตรวมกว่า 4,000 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นประมาณ 10% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ

ปัจจุบัน โครงการเหล่านี้ยังได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าประมาณ 3-5 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้เกิดภาระต้นทุนในค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ค่าFt) ประมาณ 20 สตางค์ต่อหน่วย โดยได้เรียกทีมงานเข้าหารือแล้ว และเตรียมเปิดเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนกลุ่มนี้ เพื่อลดราคาลงให้เหมาะสมกับต้นทุนปัจจุบัน

“โซลาร์ควรอยู่ไม่เกิน 2.20 บาทต่อหน่วย ส่วนไบโอแมสก็ต้องมาเจรจาราคาใหม่ เพราะหลายโครงการคืนทุนไปแล้ว ขณะที่ต้นทุนพลังงานเปลี่ยนไปมาก หากคุยไม่รู้เรื่องก็ต้องยกเลิก จะฟ้องก็ยินดี แต่จะปล่อยให้ค่าไฟแพงไม่ได้” นายเอกณัฐ กล่าว

ส่วนปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่แบบขั้นบันไดครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน โดยตั้งเป้าเริ่มใช้ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จำนวน 15.4 ล้านครัวเรือน และกลุ่มใช้ไฟเกิน 200 หน่วยอีก 7.8 ล้านครัวเรือน รวม 23.2 ล้านครัวเรือน จะได้รับอัตราค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย

กลุ่มใช้ไฟฟ้า 200-400 หน่วย จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน จะยังคงจ่ายค่าไฟในอัตราปกติ 3.95 บาทต่อหน่วย

กลุ่มใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วย จำนวน 3.2 ล้านครัวเรือน จะถูกปรับขึ้นอัตราค่าไฟ จากเดิมเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1 บาทต่อหน่วย โดยรัฐบาลแนะนำให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดภาระค่าไฟ

ทั้งนี้นายเอกนัฏ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า รายละเอียดโครงสร้างค่าไฟใหม่สำหรับภาคครัวเรือน ยืนยันว่า ไม่ได้คิดราคาเหมาจ่าย 5 บาททั้งบิล สำหรับผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย แต่ยังคงคำนวณแบบขั้นบันไดเช่นเดิม

ส่วนสาเหตุที่ค่าไฟในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูง มาจากการปรับค่า Ft ตามต้นทุนก๊าซธรรมชาตินำเข้า โดยเฉพาะ LNG ที่ผันผวนตามตลาดโลก และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยยังพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซเป็นหลัก

สำหรับโครงสร้างใหม่ จะครอบคลุมเฉพาะผู้ใช้ไฟภาคครัวเรือนราว 23 ล้านราย ไม่รวมภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรือผู้ใช้ไฟแบบ TOU โดยทุกครัวเรือนจะได้ประโยชน์จากอัตราค่าไฟ 200 หน่วยแรกที่ถูกลง โดยที่

ผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย ได้ประโยชน์เต็มที่ ค่าไฟลดลงประมาณ 20%

ผู้ใช้เกิน 200 หน่วย ยังได้อานิสงส์จากหน่วยแรก ทำให้ค่าไฟเฉลี่ยลดลงราว 10%

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอวาระสำคัญเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เช่น การปรับโครงสร้างค่าไฟทั้งระบบ ด้วยการส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยลดขั้นตอนอนุญาตให้เหลือจุดเดียว ใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน จัดหาแหล่งเงินทุนให้ประชาชนผ่อนชำระในอัตราที่ถูกกว่าค่าไฟ รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์ในราคาที่จูงใจ

รวมถึงมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาครัฐ เช่น ระบบไฟถนนและอาคารราชการ ในระยะยาว รัฐบาลมีเป้าหมายลดต้นทุนค่าไฟอย่างถาวร ผ่านการปรับโครงสร้างสัญญาพลังงานที่เป็นภาระ และลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้าราคาแพง โดยส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น

หลังเสนอ ครม. แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) ผ่านคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคาดว่าโครงสร้างค่าไฟใหม่จะเริ่มใช้ได้ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 โดยประชาชนจะเริ่มจ่ายในอัตราใหม่ปลายเดือนมิถุนายนนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง