รีเซต

ค่าไฟแฝงไปถึงไหนแล้ว? กมธ.ชงแก้ “ใครใช้ คนนั้นจ่าย”

ค่าไฟแฝงไปถึงไหนแล้ว? กมธ.ชงแก้ “ใครใช้ คนนั้นจ่าย”
TNN ช่อง16
22 กรกฎาคม 2569 ( 13:59 )
15

ปัญหาค่าไฟฟ้าสูง ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ประชาชนจับตามอง แม้หลายฝ่ายพยายามผลักดันมาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ล่าสุดคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา ได้หยิบยกอีกหนึ่งต้นทุนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก นั่นคือ “ค่าไฟฟ้าแฝง” หรือภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศต้องร่วมกันรับผิดชอบผ่านโครงสร้างค่าไฟ

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา นำโดย นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าสาธารณะ พร้อมเสนอหลักการสำคัญว่า “ผู้ใช้เป็นผู้จ่าย” เพื่อให้โครงสร้างค่าไฟมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

“ค่าไฟแฝง” คืออะไร

กมธ.ระบุว่า ปัจจุบันประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศต้องร่วมรับภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะบางส่วน แม้ไม่ได้เป็นผู้ใช้บริการโดยตรง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟสูงกว่าที่ควรจะเป็น

คณะทำงานจึงได้ศึกษาต้นทุนค่าไฟฟ้าในทุกมิติ ทั้งระบบผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่าย และต้นทุนการให้บริการ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงบประมาณ เข้าร่วมให้ข้อมูล

เสนอเปลี่ยนหลักคิด “ใครใช้ คนนั้นจ่าย”

หัวใจของข้อเสนอคือ การกำหนดให้หน่วยงานที่ใช้ไฟฟ้าสาธารณะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายโดยตรง แทนการเฉลี่ยภาระไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ

หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบค่าไฟฟ้าสาธารณะ ได้แก่

- กรมทางหลวง

- กรมทางหลวงชนบท

- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ทั้งนี้ การไฟฟ้าได้ติดตั้งมิเตอร์วัดการใช้ไฟไว้แล้ว และประเมินว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 19,000 ล้านบาทต่อปี

หากปรับระบบ ค่าไฟมีโอกาสลดลง

กมธ.ประเมินว่า หากมีการปรับมติคณะรัฐมนตรีที่เคยผ่อนผันการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะ และใช้หลักการ "ผู้ใช้เป็นผู้จ่าย" อย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้การไฟฟ้ามีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 17,000 ล้านบาทต่อปี

เนื่องจากปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายถูกกำหนดเพดานผลตอบแทน (ROIC) ไว้ หากรายได้เกินเกณฑ์ ส่วนเกินดังกล่าวสามารถสะท้อนกลับมาลดค่าไฟเฉลี่ยของประเทศได้ประมาณ

0.0878 บาทต่อหน่วย หรือประมาณ 8.78 สตางค์ต่อหน่วย

หากดำเนินการได้จริง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ

ดันเปลี่ยนไฟถนนเป็น LED ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว

อีกหนึ่งข้อเสนอคือให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการ Demand Side Management (DSM) โดยทยอยเปลี่ยนหลอดไฟสาธารณะจากหลอดโซเดียมความดันสูง (HPS) เป็นหลอด LED

กมธ.ระบุว่า หลอด LED ใช้พลังงานน้อยลงประมาณ 52% มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ลดค่าบำรุงรักษา เพิ่มความสว่าง และช่วยยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน

เสนอเริ่มระบบใหม่ ตุลาคม 2569

กมธ.เสนอให้เริ่มใช้อัตราค่าไฟฟ้าสาธารณะรูปแบบใหม่ตั้งแต่ รอบบิลเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นปีงบประมาณ 2570

สำหรับหน่วยงานที่ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอ เสนอให้ใช้เงินเหลือจ่ายก่อน และหากยังไม่เพียงพอ ให้บันทึกเป็นหนี้ค้างรับกับการไฟฟ้า ก่อนจัดสรรงบประมาณมาชำระในปีงบประมาณ 2571 เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน

ทบทวนความหมาย "ไฟฟ้าสาธารณะ"

อีกประเด็นที่ กมธ.เห็นว่ายังต้องสร้างความชัดเจน คือการกำหนดนิยามของ "ไฟฟ้าสาธารณะ" ว่าจะครอบคลุมอุปกรณ์ใดบ้าง เช่น

- กล้องวงจรปิด (CCTV)

- อุปกรณ์อัจฉริยะบนเสาไฟ

- ระบบสาธารณะอื่นที่ติดตั้งบนโครงสร้างไฟฟ้า

รวมถึงเสนอให้ศึกษาความเป็นธรรมสำหรับหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม ซึ่งปัจจุบันลูกบ้านต้องจ่ายทั้งค่าไฟสาธารณะผ่านบิลค่าไฟ และยังต้องจ่ายค่าไฟส่วนกลางของนิติบุคคลอีกครั้ง

แบ่งรายได้จากโครงสร้างพื้นฐาน

กมธ.ยังเสนอให้มีการแบ่งปันรายได้จากการใช้เสาไฟฟ้าสาธารณะติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น CCTV หรืออุปกรณ์สื่อสาร โดยเสนอแนวทางแบ่งรายได้ระหว่างผู้ให้บริการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสัดส่วน 70 : 30 เพื่อให้ท้องถิ่นมีงบประมาณสำหรับดูแลและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า

ปรับอัตราค่าไฟ 2 ระยะ

สำหรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสาธารณะ กมธ.เสนอให้ดำเนินการเป็น 2 ระยะ

  • ระยะแรก ใช้อัตราค่าไฟของหน่วยงานราชการ พร้อมยกเว้นการคิดค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Demand Charge) เพื่อบรรเทาภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะสนามกีฬาที่เปิดใช้งานในช่วงเวลา Peak
  • ระยะที่สอง ศึกษาและปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟใหม่ควบคู่กับแผนโครงสร้างค่าไฟฟ้าปี 2570-2574 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)

ยังเป็นเพียงข้อเสนอ ต้องหารือกับกระทรวงพลังงาน

นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ระบุว่า ข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำไปหารือกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะ ลดภาระค่าไฟของประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณภาครัฐ

แม้ข้อเสนอทั้งหมด ยังไม่ใช่มาตรการที่มีผลบังคับใช้ แต่ถือเป็นอีกความพยายามในการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะการแก้ปัญหา "ค่าไฟแฝง" ที่หลายฝ่ายมองว่า หากสามารถดำเนินการได้จริง ก็อาจช่วยให้ค่าไฟเฉลี่ยของประเทศลดลง และทำให้ระบบการจัดเก็บค่าไฟสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้นในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง