EV จีนอ่วม! "BYD" กำไรทรุดหนักในรอบ 6 ปี

BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน รายงานกำไรไตรมาสแรกลดลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 สะท้อนแรงกดดันจากยอดขายในประเทศที่อ่อนแอ และการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ข้อมูลจากการยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า กำไรสุทธิของ BYD ลดลง ร้อยละ 55.4 เหลือ 4.1 พันล้านหยวน หรือราว 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายได้รวมลดลง ร้อยละ 11.8 เหลือ 150.2 พันล้านหยวน นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน
แรงกดดันหลักมาจากตลาดในประเทศจีนที่ชะลอตัว หลังรัฐบาลเริ่มลดการอุดหนุนโครงการนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดและปลั๊กอินไฮบริด ส่งผลให้ยอดขายรวมของ BYD ลดลงต่อเนื่องถึง 7 เดือนติดต่อกัน แม้ยอดส่งออกต่างประเทศยังเติบโต
ขณะเดียวกัน BYD ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งในประเทศอย่าง Geely และ Leapmotor ที่เร่งเปิดตัวโมเดลใหม่ในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน
เพื่อตอบโต้แรงกดดันในประเทศ BYD เดินเกมรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและการตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว โดยตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศในปี 2026 ที่ 1.5 ล้านคัน หรือเติบโตกว่าร้อยละ 40 จากปี 2025
นักวิเคราะห์มองว่า ยอดส่งออกของ BYD ในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 25–30 ขณะที่ยอดขายรวมอาจเติบโตเพียงราวร้อยละ 12 สะท้อนภาพการเติบโตที่เริ่มชะลอในตลาดหลัก
ด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ BYD เร่งลงทุนเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ เพื่อลดข้อกังวลของผู้บริโภคที่ยังลังเลเปลี่ยนจากรถยนต์น้ำมัน พร้อมเปิดพรีเซลรถ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่รุ่นใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ปักกิ่ง หวังเจาะตลาดพรีเมียมและแข่งขันกับแบรนด์ยุโรปมากขึ้น
ภาพรวมสะท้อนชัดว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังเข้าสู่ช่วงแข่งขันเข้มข้น ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่เป็นสงครามเทคโนโลยีและการขยายตลาดโลก ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาผู้เล่นรายใหญ่ในระยะต่