ส่องธุรกิจเสี่ยง! ถูกเผาเกรียม ไซซ์กลางอ่วมสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ให้มุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจการตลาด ช่วงครึ่งปีหลัง ปี 2569 ว่า ประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุดคือ ความไม่แน่นอน ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้
ขณะเดียวกัน ยังมีผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามที่ยืดเยื้อ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หากผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมไม่ดีพอ หรือตัดสินใจผิดพลาด อาจสร้างความเสียหายต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่ง ดร.เอกก์ ใช้คำเปรียบว่า อาจถูกเผาเกรียมจนไหม้ และไม่สามารถฟื้นกลับมาได้อีก ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นต้องติดตามข้อมูลข่าวสารใกล้ชิด เปิดรับความเปลี่ยนแปลง และมองหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ และภายใต้งบประมาณที่จำกัด การทำการตลาดต้องอาศัยความแม่นยำมากยิ่งขึ้น, รู้จักหยุด อย่างเหมาะสม และมุ่งเน้นทำตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด พร้อมทั้งแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ และไม่ละเลยการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
นอกจากนี้ สัญญาณที่สะท้อนความกังวลของภาคธุรกิจ คือหลายอุตสาหกรรมเริ่มปรับลดงบการตลาดลง ซึ่งงบการตลาดเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ จากผลสำรวจพบว่าธุรกิจมากกว่าร้อยละ 50 มีแผนลดงบการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังร้อยละ 1 ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่ภาพรวมทั้งอุตสาหกรรมมีทิศทางการค่าใช้จ่ายด้านการตลาดพร้อมกัน
แม้แต่ในช่วงวิกฤตโควิด 19 ระบาด ภาพรวมทั้งอุตสาหกรรมยังไม่ปรับลดลงมากเท่าครั้งนี้ และคาดว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะยังเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 3 ปี ตามวงจรธุรกิจการตลาด และวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ดร.เอกก์ กล่าวด้วยว่า ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนนี้ ธุรกิจขนาดใหญ่ (ไซซ์ L) ยังสามารถประคองตัวได้ ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็ก (ไซซ์ S) ได้รับการช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐฯ แต่สำหรับธุรกิจขนาดกลาง (ไซซ์ M) ซึ่งมียอดขายราว 500 ล้านบาทต่อปี กำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้านเช่นกัน โดยเฉพาะต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น แต่รัฐบาลยังให้ความสนใจกับกลุ่มนี้น้อยเกินไป
โดยธุรกิจขนาดกลาง เปรียบได้เหมือนเป็นแม่ข่าย ที่มีการจ้างงานจำนวนมาก และรับซื้อสินค้าจากธุรกิจรายเล็ก หากธุรกิจกลุ่มนี้อ่อนแอหรือเกิดการล้มลง จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ
ดังนั้น รัฐบาลควรมีแนวทางช่วยเหลือธุรกิจไซซ์กลางเพิ่มเติม โดยไม่จำเป็นต้องอัดฉีดเงินสนับสนุนโดยตรง แต่สามารถเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องของ ต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนเทรด หรือค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงช่องทางจำหน่ายสินค้า ซึ่งปัจจุบันค่า GP (จีพี) อยู่ในระดับสูง บางกรณีสูงถึงร้อยละ 35-40 จึงควรกำหนดกรอบ โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย หรือสนับสนุนให้เกิดช่องทางใหม่ ๆ ที่มีต้นทุนต่ำกว่า เป็นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
