‘เคจีไอ’ คาดหุ้นไทยพักฐาน หลังปรับขึ้นใกล้ระดับ 1,300 จุด ทำมูลค่าตึงตัว

‘เคจีไอ’ คาดหุ้นไทยพักฐาน หลังปรับขึ้นใกล้ระดับ 1,300 จุด ทำมูลค่าตึงตัว
มติชน
12 ตุลาคม 2563 ( 08:21 )
36
‘เคจีไอ’ คาดหุ้นไทยพักฐาน หลังปรับขึ้นใกล้ระดับ 1,300 จุด ทำมูลค่าตึงตัว

คลุกวงหุ้น : ‘เคจีไอ’ คาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะพักฐาน หลังปรับขึ้นใกล้ระดับ 1,300 จุด ทำมูลค่าตึงตัว

 

นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นประจำสัปดาห์นี้ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งดัชนีหุ้นไทยสามารถปรับระดับขึ้นมาได้ค่อนข้างมาก โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อาการดีขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งถือว่าหายได้ค่อนข้างเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการช้อปดีมีคืน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 โดยคนไทยสามารถช้อปปิ้งได้ทั่วประเทศ และนำค่าใช้จ่ายจากการช้อปปิ้งนั้นมาลดหย่อนภาษี ในปี 2564 ได้สูงสุดถึง 30,000 บาท ซึ่งชื่อเดิมคือ ช้อปช่วยชาติ ที่เคยใช้ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในหุ้นที่ได้อานิสงส์เชิงบวก สะท้อนได้จากการเห็นดัชนีหุ้นไต่ระดับขึ้นมาใกล้บริเวณ 1,300 จุด ซึ่งถือเป็นระดับที่มูลค่าหุ้น (แวลูเอชั่น) ค่อนข้างตึงตัว จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยจะเข้าสู่ภาวะพักฐาน เพื่อรอแรงความชัดเจนจากปัจจัยภายนอกอีกหลายประเด็น

 

นายรักพงศ์ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในต่างประเทศ เป็นเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในทั่วโลก โดยจะเห็นว่าการระบาดโควิด-19 ในประเทศแถบยุโรปอยู่ในภาวะที่มีความรุนแรงมาก ทำให้การแก้ไขปัญหาในขณะนี้ คงต้องรอความหวังจากการค้นพบวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่สามารถใช้รักษาคนได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น ซึ่งฝ่ายวิจัยเคจีไอมองว่า วัคซีนเข็มแรกที่จะมีการประกาศใช้งานออกมา จะออกมาภายในเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเห็นว่า นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ได้คะแนนนิยมมากกว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในปัจจุบัน แต่เนื่องจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็มีการขู่ออกมาว่า จะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ทำให้ต้องติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งของสหรัฐอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

นายรักพงศ์ กล่าวว่า ในด้านปัจจัยในประเทศ ไม่ได้ให้นำ้หนักกับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวขึ้นมาได้หลายเดือนติดต่อกัน ทำให้ตลาดรับรู้และเป็นปัจจัยสนับสนุนที่อยู่ในราคาหุ้นไปแล้ว จึงให้น้ำหนักเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในส่วนของช้อปดีมีคืนที่เพิ่งออกมามากว่า เพราะมองว่าจำนวนเงินที่จะลดหน่อยภาษีได้สูงสุดอยู่ที่ 30,000 บาท ซึ่งถือเป็นวงเงินที่ค่อนข้างดี หากเทียบกับในอดีตที่ให้สิทธิประโยชน์เพียง 15,000 บาท รวมถึงการทยอยเปิดภาคการท่องเที่ยว ที่มีทั้งฝ่ายสบายใจและไม่สบาย จึงต้องรอติดตามสถานการณ์ว่า ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ หากเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้ว จะมีการกลับมาติดเชื้อระลอก 2 เกิดขึ้นหรือไม่ และภาพรวมจะดีมากหรือน้อยอย่างไร

 

“กลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุน ประเมินว่า นับจากปัจจุบันจนถึงสิ้นปี 2563 มองว่าตลาดหุ้นไทยยังเคลื่อนไหวแกว่งตัวขึ้นได้ บนความชัดเจนของการค้นพบวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และการเลือกตั้งสหรัฐ แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ประเมินว่าตลาดหุ้นจะอยู่ในภาวะพักตัว โดยหุ้นที่สามารถเก็งกำไรได้เป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ กลุ่มค้าปลีก รวมถึงหุ้นที่ได้อานิสงส์เชิงบวกจากการเปิดตัวไอโฟน 12 ด้วย” นายรักพงศ์ กล่าว

 

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง