รีเซต

EKHครึ่งปีหลังไฮซีซัน คนไข้ใน-นอกไหลเข้า

EKHครึ่งปีหลังไฮซีซัน คนไข้ใน-นอกไหลเข้า
ทันหุ้น
30 มิถุนายน 2566 ( 19:19 )
39

EKH มองผลงานครึ่งปีหลังคนไข้จีนกลับมาทำ IVF เพิ่มขึ้น ด้านผู้ป่วยปกติทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตรียมรับรายได้ศูนย์ไตเทียมใหม่ มีแผนขยายโรงพยาบาลเพิ่มเติม มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโต 8-10% ตามเป้า ด้านโบรกมองราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบแล้ว คาดกำไรปกติเริ่มพลิกกลับมาเติบโตเคาะเป้าใหม่ 10.80 บาท

 

นพ.อำนาจ  เอื้ออารีมิตร  กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากไตรมาสที่ 2/2566 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจโรงพยาบาล

 

สำหรับปัจจุบันเเม้สถานการณ์โควิด-19 เบาบางลงไปมากแล้ว เเต่โรงพยาบาลยังมีผู้ป่วยที่เข้ารับการรับการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2566 อาทิ โรคมือ เท้า ปาก เเละตาแดง โดยมีอัตราการครองเตียงในระดับ 70% และบริษัทจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากการขยายศูนย์ไตเทียมเพิ่มเป็น 24 เตียง ซึ่งปัจจุบันเริ่มเปิดให้บริการ และออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพภายใต้แบรนด์ของโรงพยาบาลเอกชัยเพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่เหลือของปีบริษัทมีแผนลงทุน 2-3 โครงการโดยเบื้องต้นคาดจะขยายตึกเพิ่ม 60 เตียง จาก 142 เตียงเป็น 200 เตียง ปัจจุบันอยู่ระหว่างขออนุญาต EIA

 

 

*คนไข้ IVF จีนหนุน

นอกจากนี้คาดว่าการกลับมาของคนไข้ที่ต้องการทําเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF จากประเทศจีน จะเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากสามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทพบว่ามีจำนวนคนไข้ที่ต้องการทําเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF กลับมาเพิ่มขึ้นราว 40% เมื่อเทียบกลับปี 2565 ทั้งนี้บริษัทมั้นใจว่ารายได้รวมจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8-10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,493 ล้านบาท โดยไตรมาส 1/2566 มีรายได้ที่ 301 ล้านบาท

 

*ลุ้นกำไร Q2 พลิกโต

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง EKH ว่า คาดว่าไตรมาสที่ 2/2566 กำไรจะจะอยู่ที่ 58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการกลับมาระบาดของ โควิด-19 ในวงกว้างช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2566 จะมีการบันทึกรายการพิเศษผลขาดทุนจากตราสารทุนที่วัดมูลค่ายุติธรรมจากการลงทุนใน The Klinique (KLINIQ) จำนวน 63 ล้านบาท ซึ่ง EKH ถือหุ้นใน KLINIQ 7.27% ซึ่งมีการ Mark to Market ตามราคาตลาดทุกไตรมาสส่งผลให้ไตรมาสนี้มีผลขาดทุน 5 ล้านบาท

 

ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง 2566 จะเติบโตต่อเนื่องซึ่งมีปัจจัยบวกจากการกลับมาของคนไข้จีนที่เข้ามารับการรักษาในประเทศไทยมากขึ้น นอกจากนี้ทางรัฐบาลจีนยังได้ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าออกนอกประเทศ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการออกนโยบาย ออกค่าใช้จ่ายให้ประชากรที่ต้องการมีบุตรหรือมีบุตรยาก ซึ่งลูกค้าหลักของ EKH ส่วนใหญ่เป็นคนจีน โดยทางฝ่ายวิเคราะห์ได้ประมาณการสัดส่วนรายได้ในปี 2566 จำนวนผู้ป่วย IVF จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 6% เป็น 13% ของรายได้รวม ส่วนคนไข้ปกติในประเทศจะกลับมาจาก Pent up Demand

 

*เคาะเป้า 10.80 บาท

อย่างไรก็ตามมองว่าราคาหุ้น EKH ปรับลดลงสะท้อนปัจจัยลบไปแล้วพอสมควร ซึ่งคาดกำไรปกติเริ่มพลิกกลับมาเติบโต เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสที่ 2/2566 และภาพรวมทั้งปีฟื้นตัวดีจากปีก่อน ระยะยาวเติบโตต่อเนื่อง จากการเปิดศูนย์เฉพาะทาง และการขยายธุรกิจใหม่ ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2566 ที่ 10.80 บาท แนะนำ ซื้อ อิงวิธี DCF สมมติฐาน WACC ที่ 8.6%

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง