รีเซต

พณ.เตรียมจัดมหกรรมสินค้าถูก ลดค่าครองชีพ

พณ.เตรียมจัดมหกรรมสินค้าถูก ลดค่าครองชีพ
มติชน
2 พฤษภาคม 2565 ( 12:28 )
21
พณ.เตรียมจัดมหกรรมสินค้าถูก ลดค่าครองชีพ

ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพพุ่งไม่หยุด สินค้าพาเหรดปรับราคาระลอกใหม่ไตรมาส 2 หลังสงครามรัสเซียยืดเยื้อ ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) และคณะกรรมการนโยบายอาหาร ครั้งที่ 1/2565 พร้อมด้วยกรมการค้าภายใน สภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมการค้าพืชไร่ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมชาวไร่มันสำปะหลัง สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ และผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ว่า

เพื่อลดภาระประชาชนได้สั่งการให้เร่งจัดมหกรรมสินค้าราคาถูกช่วยประชาชน สำหรับการดูแลสินค้าทั่วไปนั้น ต้องยอมรับว่าเมื่อต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่งสูงขึ้น กระทบต่อราคาสินค้า แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ ในส่วนปลายน้ำ จะดูแลไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ กักตุน ค้ากำไรเกินจริง โดยเฉพาะการดูแลสินค้าจำเป็น 18 หมวดให้ดีที่สุด โดยกรมการค้าภายใน จะตรวจสอบและพิจารณาให้เกิดสมดุลทั้งเกษตรกร ผู้ผลิตและจำหน่าย ผู้บริโภค เพราะหากต้นทุนแพงแต่ยังตรึงราคาเดิมอาจมีผลต่อสินค้าที่ออกสู่ตลาดขาดแคลนได้

ขณะเดียวกัน เพื่อให้ปริมาณวัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศเพียงพอ เพื่อการผลิตอาหารสัตว์ต่อไป ได้เห็นชอบ

1.ยกเว้นเงื่อนไขที่กำหนดไว้เดิม ในการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน เป็นการชั่วคราว ในระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นการผ่อนปรนมาตรการที่กำหนดไว้เดิมในการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดในประเทศ 2.เพิ่มโควต้านำเข้าข้าวโพดภายใต้ WTO จากเดิม อคส.นำเข้าได้เพียงผู้เดียว คิดภาษี 20% และปริมาณไม่เกิน 54,700 ตัน เป็นให้ อคส.และผู้นำเข้าทั่วไปสามารถนำเข้าได้

แต่ไม่เกิน 600,000 ตัน ในช่วง 3 เดือน หรือเดือนพฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2565 และ 3.เพิ่มนำเข้าช่องทางอื่นตามปกติ โดยกระทรวงพาณิชย์จะช่วยจับคู่เจรจาทางธุรกิจ ส่งเสริมการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้เพียงพอในประเทศ เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดในปัจจุบัน และส่งเสริมให้มีการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะเมียนมา โดยจัดให้มีกิจกรรมจับคู่ออนไลน์ OBM วันที่ 3 พฤษภาคมนี้

แต่อย่างไรก็ตาม การกำหนดให้นำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ 3 ช่องทาง ทั้งนำเข้าข้าวสาลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวบาร์เลย์ รวมถึงการค้าปกติและกรอบความตกลงอื่น ต้องมีปริมาณรวมกัน ไม่เกิน 1,200,000 ตัน ในช่วงเดือนเมษายน ถึง 31 กรกฎาคม 2565 เพื่อชดเชยส่วนที่ยังขาดให้พอใช้และเหลือเป็นสต็อกได้ 1 เดือน ซึ่งผลการหารือมอบหมายให้กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขาคณะกรรมการฯจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบในการประชุมวันที่ 3 พฤษภาคมนี้

พร้อมกันนี้ เห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ฝ่าย เพื่อติดตามประเมินการผลดำเนินการทั้งหมดและสามารถเสนอให้ทบทวนหรือปรับปรุงมาตรการต่อไปได้เพื่อความเหมาะสม ประกอบด้วย 1.ผู้แทน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง 2.ผู้แทนสภาเกษตรกรที่เกี่ยวกับข้าวโพดและสมาคมชาวไร่มันสำปะหลัง 3.สมาคมการค้าพืชไร่ 4.สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ หมูและไก่เนื้อ 5.สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์

“การอนุมัติเพิ่มช่องทางนำเข้าวัตถุดิบเป็นการแก้ปัญหาปริมาณวัตถุดิบ ส่วนเรื่องราคาต้องยอมรับว่า ราคาวัตถุดิบในต่างประเทศ บางชนิดสูงกว่าในประเทศ จึงได้ช่วยเรื่องการลดภาษีนำเข้าเพื่ไม่ให้ต้นทุนสูงเกินไป ส่วนจะส่งผลต่อต้นทุนผู้ผลิตแค่ไหน ได้ให้กรมการค้าภายใน รับไปดำเนินการวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุน วิเคราะห์กับราคาขายปลีก เพื่อให้ราคาเหมาะสม หากขายเกินราคาหรือตั้งกำไรสูงเกินจริงมาก ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย” นายจุรินทร์ กล่าว

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง