สมมติฐานโลกจำลอง "Simulation hypothesis" มนุษย์อาจอาศัยอยู่ในจักรวาลที่ถูกรันด้วยคอมพิวเตอร์

แนวคิดที่ว่ามนุษย์และจักรวาลอาจไม่ได้ดำรงอยู่ในความเป็นจริงแท้ แต่เป็นเพียงโลกจำลองที่ถูกรันอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ขั้นสูง หรือที่เรียกว่าสมมติฐานโลกจำลอง (Simulation hypothesis) ได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นถกเถียงสำคัญของโลกวิชาการในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
แม้ในบางครั้งแนวคิดนี้อาจถูกมองเป็นวิทยาศาสตร์เทียม ปรัชญาเทคโนโลยีและอัตถิภาวนิยมสมัยใหม่ แต่ในปัจจุบันแนวคิดนี้ได้ขยายเข้าสู่ขอบเขตของฟิสิกส์ทฤษฎี วิทยาการคอมพิวเตอร์ และจักรวาลวิทยา โดยมีนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกจำนวนมากเข้าร่วมการถกเถียง
จุดตั้งต้นของแนวคิด นิก บอสตรอม และตรรกะทางสถิติ
รากฐานสำคัญของสมมติฐานโลกจำลองมาจาก นิก บอสตรอม (Nick Bostrom) นักปรัชญาจากมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด ซึ่งเผยแพร่กรอบความคิดตั้งแต่ปี 2003 ผ่านบทความเรื่อง Are You Living in a Computer Simulation? ในวารสารวิชาการ Philosophical Quarterly
โดยนิก บอสตรอมเสนอว่า หากอารยธรรมขั้นสูงไม่ล่มสลายไปก่อน ย่อมสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการประมวลผลจนสร้างโลกจำลองของบรรพบุรุษในอดีตได้เป็นจำนวนมาก หลักคิดสำคัญ คือ หากมีโลกจริงเพียงหนึ่งเดียว แต่มีโลกจำลองจำนวนมหาศาล โอกาสที่มนุษย์จะอาศัยอยู่ในโลกจริงย่อมต่ำมากในเชิงสถิติ
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ตัวเร่งความน่าเชื่อถือของทฤษฎี
ความก้าวหน้าด้านคอมพิวเตอร์ถูกมองว่าเป็นแรงสนับสนุนสำคัญของสมมติฐานนี้ ข้อมูลจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระบุว่าพลังประมวลผลของชิปเพิ่มขึ้นมากกว่าล้านเท่าในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ยุคใหม่สามารถคำนวณได้ระดับหลายร้อยเพตะฟลอปส์ต่อวินาที ขณะที่โลกเสมือน เกม และเทคโนโลยี VR มีความสมจริงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวคิดเรื่องโลกจำลองไม่ใช่เรื่องไกลตัวเหมือนในอดีต
นักฟิสิกส์ที่สนับสนุนสมมติฐานโลกจำลอง
นักฟิสิกส์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่ากฎพื้นฐานของเอกภพอาจสะท้อนลักษณะของระบบจำลอง เช่น ความเร็วแสงซึ่งเป็นขีดจำกัดสูงสุดของการเคลื่อนที่ และไม่สามารถถูกทำลายได้ หรือความยาวแพลงก์ซึ่งเป็นหน่วยความยาวที่เล็กที่สุดในฟิสิกส์ควอนตัม มีค่าประมาณ 1.6 คูณสิบยกกำลังลบ 35 เมตร ข้อจำกัดเหล่านี้ถูกเปรียบเทียบกับพิกเซลและความเร็วการประมวลผลในระบบดิจิทัล
ตัวอย่างเช่น เซธ ลอยด์ (Seth Lloyd) นักฟิสิกส์ควอนตัม และผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ควอนตัม MIT เขียนหนังสือชื่อ “Programming the Universe” ในปี 2006 โดยลอยด์เสนอว่าความจริงแล้วเอกภพสามารถมองได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดยักษ์
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่าง นีล เดอกราส ไทสัน (Neil deGrasse Tyson) นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากสหรัฐฯ เคยให้ความเห็นว่า “สมมติฐานโลกจำลอง” มีน้ำหนักในเชิงความน่าจะเป็นไม่น้อย หากพิจารณาตามกรอบเหตุผลของนิค บอสตรอม อย่างไรก็ตาม มุมมองของเขาเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากได้สนทนากับ เจ ริชาร์ด ก็อตต์ (J. Richard Gott) นักฟิสิกส์และนักจักรวาลวิทยาจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน
เจ ริชาร์ด ก็อตต์ ตั้งข้อสังเกตว่า หากโลกใดโลกหนึ่งเป็นโลกจำลอง โลกนั้นก็ควรมีศักยภาพในการสร้างโลกจำลองซ้อนต่อไปได้อีกเป็นทอด ๆ แต่เมื่อมองกลับมาที่ความเป็นจริง มนุษยชาติยังไม่สามารถสร้างระบบจำลองที่มีสิ่งมีชีวิตซึ่งมีจิตสำนึกและเจตจำนงเสรีอย่างแท้จริงได้ แม้จะมีพลังการคำนวณสูงเพียงใดก็ตาม
เจ ริชาร์ด ก็อตต์ จึงเสนอว่า สถานะของโลกที่มนุษย์อาศัยอยู่อาจเหลือเพียงสองความเป็นไปได้ คือ เราอาศัยอยู่ในโลกจริง หรือไม่ก็เป็นโลกจำลองที่อารยธรรมภายในยังพัฒนาไปไม่ถึงขั้นที่จะสร้างโลกจำลองของตนเองต่อไปได้
งานวิจัยปี 2025 การจำลองจักรวาลทั้งระบบอาจเป็นไปไม่ได้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อทีมนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย วิทยาเขตโอคานาแกน นำโดย ดร.เมียร์ ไฟซาล (Dr. Mir Faizal) เผยแพร่งานวิจัยด้านฟิสิกส์ทฤษฎีที่เสนอว่า การจำลองจักรวาลทั้งระบบอาจเป็นไปไม่ได้ในเชิงคณิตศาสตร์ งานวิจัยนี้อาศัยทฤษฎีบทความไม่สมบูรณ์ของเกอเดล ซึ่งชี้ว่าระบบอัลกอริทึมไม่สามารถเข้าถึงความจริงบางประเภทได้
นักวิจัยระบุว่า กฎพื้นฐานของฟิสิกส์ โดยเฉพาะในระดับควอนตัมกราวิตี (QG) มีลักษณะที่ไม่เป็นอัลกอริทึม นั่นหมายความว่าความจริงของจักรวาลอาจต้องการความเข้าใจที่อยู่นอกเหนือขีดจำกัดของการคำนวณแบบเครื่องจักร หากข้อสรุปนี้ได้รับการยอมรับในวงกว้าง สมมติฐานโลกจำลองอาจไม่สามารถอธิบายความเป็นจริงของเอกภพได้อย่างสมบูรณ์
นักฟิสิกส์ที่ไม่เห็นด้วยกับสมมติฐานโลกจำลอง
นอกจากงานวิจัยดังกล่าว สมมติฐานโลกจำลองยังถูกคัดค้านโดยนักฟิสิกส์อื่น ๆ เช่น ซาบีน ฮอสเซนเฟลเดอร์ (Sabine Hossenfelder) นักฟิสิกส์ทฤษฎีจากสถาบัน Frankfurt Institute for Advanced Studies เห็นว่าสมมติฐานโลกจำลองเป็นเพียงการตั้งคำถามเชิงปรัชญาที่ไม่สามารถพิสูจน์หรือหักล้างได้
รวมไปถึงฌอน แคร์รอลล์ (Sean Carroll) นักฟิสิกส์และนักจักรวาลวิทยาจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ มองว่าการเปรียบกฎพื้นฐานของจักรวาลกับระบบคอมพิวเตอร์เป็นเพียงอุปมาเชิงภาษา ไม่ใช่หลักฐานเชิงประจักษ์ แม้สมมติฐานโลกจำลองจะน่าสนใจในเชิงความคิด แต่ยังไม่สามารถยกระดับขึ้นเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม สมมติฐานโลกจำลอง (Simulation hypothesis) ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในโลกวิชาการอย่างต่อเนื่อง จากแนวคิดที่เคยเขย่าความเชื่อพื้นฐานของมนุษย์ว่าอาจเป็นเพียงตัวละครในระบบจำลอง ได้พัฒนาไปสู่การถกเถียงเชิงตรรกะทางสถิติ และต่อยอดสู่ข้อโต้แย้งทางฟิสิกส์ทฤษฎีที่เข้มข้นมากขึ้น ภาพรวมของสมมติฐานนี้จึงกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในระยะใกล้มนุษย์อาจยังไม่สามารถหาคำตอบสุดท้ายได้ แต่ข้อจำกัดทางเทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังสะท้อนว่า ความเป็นจริงและประสบการณ์ของมนุษย์อาจมีความซับซ้อนลึกซึ้งเกินกว่าที่ระบบคอมพิวเตอร์ใด ๆ จะสามารถจำลองได้อย่างสมบูรณ์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
