รีเซต

ผู้ร่วมก่อตั้ง GitLab รักษามะเร็งตัวเองสำเร็จ ด้วยการตั้ง 10 บริษัท ใช้ AI สร้างยาเฉพาะตัว

ผู้ร่วมก่อตั้ง GitLab  รักษามะเร็งตัวเองสำเร็จ ด้วยการตั้ง 10 บริษัท ใช้ AI สร้างยาเฉพาะตัว
TNN ช่อง16
2 เมษายน 2569 ( 15:18 )
8

การต่อสู้กับมะเร็งที่ไม่มีทางเลือก

ซิด ไซบรันได (Sid Sijbrandij) ผู้ร่วมก่อตั้ง GitLab ถูกวินิจฉัยว่าเป็น Osteosarcoma (ออสทีโอซาร์โคม่า) ในกระดูกสันหลังชิ้น T5 มะเร็งกระดูกชนิดหายากและรุนแรง มันเริ่มสร้างความเจ็บปวดแก้เขาในช่วงปี 2022 และถูกวินิจฉัยพบในปี 2023 โดยหลังจากเข้ารับการรักษาตามมาตรฐานในปี 2023 ทั้งการผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีรักษา อาการของเขากลับไม่ดีขึ้น และมะเร็งกลับมาในปี 2024 ส่งผลให้แพทย์เริ่มหมดแนวทางที่จะรักษาต่อ จุดนั้นเองทำให้ทาง ซิด ไซบรันได (Sid Sijbrandij) ตัดสินใจเปลี่ยนบทบาท จากผู้ป่วยไปเป็นผู้แก้ปัญหาแทน

ซิด ไซบรันได (Sid Sijbrandij) ใช้แนวคิดแก้ปัญหาแบบผู้ประกอบการ โดยเริ่มจากการเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด ทำการทดลองหลายแนวทาง วิเคราะห์ผลลัพธ์ และทำปรับแผนอย่างต่อเนื่อง แนวคิดนี้เหมือนการพัฒนาธุรกิจ แต่เปลี่ยนจากธุรกิจ ไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตแทน ทั้งหมดนี้ทำให้เขาเปิดบริษัทขึ้นมาอีก 10 บริษัทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อรักษาตัวเขาโดยเฉพาะ

Maximal Diagnostics การตรวจทุกอย่างเพื่อเข้าใจมะเร็ง

ซิด ไซบรันได (Sid Sijbrandij) และทีมงานเริ่มทำสิ่งที่เรียกว่า Maximal Diagnostics (การตรวจทุกอย่างที่ตรวจได้ เพื่อเข้าใจโรคให้ลึกที่สุด) ซึ่งประกอบไปด้วยการทำ Single-cell sequencing หรือการวิเคราะห์ระดับเซลล์, DNA / RNA sequencing หรือการอ่านรหัสพันธุกรรม, การสแกนแบบเจาะจง และการสร้าง Organoid อวัยวะจำลองขนาดจิ๋วที่สร้างขึ้นในห้องแล็บ เพื่อทดลองยา ซึ่งรวมแล้วกลายเป็นข้อมูลขนาดมหาศาล ในระดับหลายสิบเทราไบต์

ต่อมา เจคอบ สเติร์น (Jacob Stern) นักพันธุศาสตร์ที่ร่วมงานกับ ซิด ไซบรันได (Sid Sijbrandij) ได้นำเอา AI เข้ามาใช้ โดยการให้ AI ช่วยอ่านและสรุปงานวิจัยจำนวนมหาศาล วิเคราะห์ข้อมูลชีวภาพ ตั้งสมมติฐานใหม่ และเขียนโค้ดเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งช่วยลดเวลาจากหลายสัปดาห์ เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น และทำให้คนที่ไม่ใช่แพทย์สามารถเข้าใจข้อมูลซับซ้อนได้โดยง่าย

การออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment)

หลังได้ข้อมูล และสรุปข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด ต่อมาทางทีมงานจึงเริ่มทำขั้นตอน Personalized Treatment หรือการออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคลขึ้น โดยประกอบไปด้วย

  1. สร้างวัคซีน mRNA เฉพาะตัวใน 6 เดือน - วัคซีนถูกออกแบบโดยใช้ข้อมูลกลายพันธุ์ของมะเร็งของ Sid Sijbrandij เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้โจมตีเซลล์มะเร็งได้โดยตรง

  2. ทำ TCR และ CAR-T Cell Therapy - ดัดแปลงเซลล์ภูมิคุ้มกันให้สามารถตรวจจับมะเร็งเฉพาะจุด และทำลายเซลล์มะเร็งอย่างแม่นยำ โดยไม่กระทบกับอวัยวะอื่น

  3. รักษาด้วยรังสีแบบเจาะจงเป้าหมาย -  ใช้โปรตีนเฉพาะ เช่น FAP เป็นตัวนำรังสีไปยังมะเร็ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเซลล์มะเร็งตาย 60% ขนาดเนื้องอกลดลง และสามารถผ่าตัดเอาเนื่องอกออกได้สำเร็จ

และแทนที่จะทดลองทีละวิธีแบบระบบทั่วไป ซิด ไซบรันได (Sid Sijbrandij) ยังได้ใช้การรักษาหลายแนวทางพร้อมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต ปัจจุบัน ซิด ไซบรันได (Sid Sijbrandij) อยู่ในในสถานะ “ไม่พบการมีอยู่ของโรค (No evidence of disease)” มาแล้ว 10 เดือน

แหล่งที่มา: OpenAI Forum: From Terminal to Turnaround

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง