โลกเผชิญอากาศสุดขั้ว “อเมริกาฯ-เม็กซิโก” ร้อนจัด แต่ “แอฟริกา” เจอฝนตกหนักน้ำท่วม

นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศเตือนว่า อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กำลังทำให้ระบบอากาศของโลกแปรปรวนและรุนแรงขึ้น ทั้งคลื่นความร้อนที่ยาวนาน ฝนตกหนักผิดฤดูกาล ภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุที่มีความรุนแรงมากกว่าเดิม หลายประเทศเริ่มต้องเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และความเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตของผู้คนมากขึ้นทุกปี
โดยทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ และบางพื้นที่ของเม็กซิโก อุณหภูมิเริ่มพุ่งสูงผิดปกติ มากกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลถึง 10-15 องศาเซลเซียส โดยสำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนภัยความร้อนในหลายพื้นที่ของรัฐแคลิฟอร์เนียและแอริโซนา โดยเฉพาะเมืองปาล์มสปริงส์ที่อุณหภูมิอาจแตะระดับ 40-43 องศาเซลเซียส นอกจากนี้มีหลายพื้นที่ที่คาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยมวลอากาศร้อนมีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวผ่านไปยังด้านตะวันออกในช่วงปลายสัปดาห์
ขณะเดียวกัน ภูมิภาคแอฟริกากำลังก็กำลังเผชิญกับภาวะฝนตกหนักและลมแรง มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วม เนื่องจากกลุ่มฝนเคลื่อนตัวเข้ามาจากมหาสมุทรแอตแลนติกตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดฝนตกต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ในบางพื้นที่ของเวสเทิร์นเคปและนอร์เทิร์นเคป โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่เวสเทิร์นเคปอาจสูงกว่า 200 มิลลิเมตร และพื้นที่ภูเขาอาจมีปริมาณน้ำฝนสะสมแตะ 300 มิลลิเมตร
ขณะที่สำนักอุตุนิยมวิทยาของแอฟริกาใต้ออกประกาศเตือนน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มหลายฉบับ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้
ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน แอฟริกาใต้เพิ่งเผชิญเหตุฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้ถนนได้ และยังเกิดไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ นอกจากนี้เขื่อนในเมืองมีระดับน้ำเกินความจุจนต้องเร่งอพยพประชาชนกว่า 2,000 คนไปยังศูนย์อพยพฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย
ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศมองว่า เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคของโลกกำลังกลายเป็น “ความปกติใหม่” ในยุคโลกร้อน เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้ระบบภูมิอากาศแปรปรวนมากขึ้น ทั้งคลื่นความร้อนที่ยาวนาน ฝนตกหนักผิดปกติ และพายุที่รุนแรงขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
