รีเซต

“เม็กซิโกซิตี้” ทรุดตัว เตี้ยลงเดือนละ 2 ซม. ต้นเหตุจากน้ำใต้ดินทำเมืองเสียสมดุล

“เม็กซิโกซิตี้” ทรุดตัว เตี้ยลงเดือนละ 2 ซม. ต้นเหตุจากน้ำใต้ดินทำเมืองเสียสมดุล
TNN ช่อง16
9 พฤษภาคม 2569 ( 11:00 )

มหานครขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลกกำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อน น้ำท่วม หรือการขาดแคลนน้ำ แต่สำหรับ “เม็กซิโกซิตี้” เมืองหลวงของเม็กซิโกที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 22 ล้านคน กำลังเผชิญกับวิกฤต “เมืองจมลงสู่พื้นดิน” ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยบางพื้นที่ทรุดตัวลงกว่า 2 เซนติเมตรต่อเดือน ซึ่งนับเป็นอัตราการทรุดตัวที่เร็วที่สุดในโลก

 

การเปลี่ยนแปลงของ “เม็กซิโกซิตี้” ถูกตรวจจับด้วยดาวเทียมจาก NASA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอวกาศที่ใช่ติดตามการทรุดตัวของเมืองแบบเรียลไทม์ผ่านเรดาร์ขั้นสูง ซึ่งเป็นโครงการร่วมกันระหว่าง NASA และองค์การวิจัยอวกาศของอินเดีย โดยดาวเทียมดวงนี้สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวโลกได้อย่างละเอียด แม่ในพื้นที่ที่มีเมฆหนา หรือพืชปกคลุมหนาแน่นก็ตาม

 

ข้อมูลจากดาวเทียบพบว่า การทรุดตัวลงของเมืองไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในย่านประวัติศาสตร์ของประเทศเท่านั้น แต่ยังกระจายตัวไปทั่วเมือง โดยเฉพาะสนามบินที่พบการยุบตัวของพื้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ “อนุสาวรีย์เทวทูตแห่งอิสรภาพ” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญของเมือง สร้างขึ้นเมื่อปี 1910 เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี เอกราชเม็กซิโก ต้องมีการต่อเติมบันไดเพิ่มขึ้นถึง 14 ครั้ง ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาการทรุดตัวลงของพื้นที่รอบอนุสาวรีย์

 

การทรุดตัวของเมืองส่งผลกระทบต่ออาคารหลายแห่ง โครงสร้างพื้นฐานเริ่มแตกร้าวทั้งท่อน้ำและระบบประปา ถนนบิดเบี้ยว ระบบรถไฟใต้ดินเสียหาย โดยสาเหตุสำคัญมาจาก “น้ำใต้ดิน” 

 

เม็กซิโกซิตี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ทะเลสาปโบราณ พื้นดินใต้เมืองจึงมีลักษณะเป็นดินเหนียวอ่อนนุ่ม เมื่อเมืองเริ่มขยายตัว ความต้องการใช้น้ำก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา มีการสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้อย่างไม่จำกัดเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ มีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำใต้ดินลดลงไปมากถึง 40 เซนติเมตรต่อปี เมื่อน้ำใต้ดินถูกสูบออกไปก็จะเกิดช่องว่างเป็นโพรง ชั้นดินเริ่มยุบตัวเมื่อต้องรับน้ำหนักของเมืองจนเกิดการทรุดตัวลงต่อเนื่อง


ปัญหายังไม่จบเพียงแค่นั้นและสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลง เมื่อพื้นดินทรุดตัว ท่อน้ำที่อยู่ใต้ดินจำนวนมากเกิดการบิดเบี้ยวแตกร้าว น้ำประปารั่วไหล ส่งผลให้เม็กซิโกซิตี้สูญเสียน้ำประปาราว 40% จากการรั่วซึมของท่อที่ชำรุด กลายเป็นวงจรอันตรายที่เพิ่มการสูญเสียน้ำของเมือง ขณะเดียวกันเม็กซิโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ทำให้เผชิญกับฝนที่ลดลงและภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น ซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนน้ำมากกว่าเดิม และอาจนำไปสู่วิกฤต Day Zero วันที่เมืองไม่มีน้ำเหลืออยู่เลยแม้แต่หยดเดียว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง