คลื่นความร้อนถึงตาย ยอดคนป่วยออสเตรเลียพุ่ง อาจแตะ 6,000 คนต่อปี

มหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนในแต่ละปีของออสเตรเลีย อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 6,000 รายภายในปี 2100 ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มขึ้นจากตัวเลขเดิมที่ 250 รายต่อปีในช่วงปี 2016-2019
งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารเดอะ แลนเซ็ต แพลนเนตทารี เฮลธ์ (The Lancet Planetary Health) ระบุว่า ในภูมิภาคร้อนที่สุดบางแห่งของออสเตรเลีย เช่น ทามาร์รูร์ ในดินแดนนอร์ธเทิร์น เทอร์ริทอรี อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนอาจเพิ่มขึ้นสูงสุด ส่วนในภูมิภาคที่เผชิญอากาศร้อนน้อยที่สุด เช่น พื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ยังคงได้รับผลกระทบรุนแรง โดยมีอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ได้คาดการณ์ว่า ภายในช่วงทศวรรษ 2090 อัตราการเสียชีวิตส่วนเกินเฉลี่ยต่อปีในดินแดนนอร์ธเทิร์น เทอร์ริทอรีจะสูงถึง 33.9 รายต่อประชากร 1 แสนคน ตามด้วยรัฐควีนส์แลนด์ 18.4 ราย และรัฐนิวเซาท์เวลส์ 12.8 ราย
ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่า การคาดการณ์เหล่านี้เน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบแบบบูรณาการ ควบคู่กับแนวทางการปรับตัวที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
คณะนักวิจัยระบุว่า คลื่นความร้อนหรือสภาวะอากาศร้อนจัดต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ไต และอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับสภาวะอากาศร้อน
จากการตรวจสอบข้อมูลสภาพภูมิอากาศในกว่า 2,200 ชุมชนทั่วออสเตรเลีย พบว่า ผลกระทบนี้ตกอยู่กับกลุ่มเปราะบางอย่างไม่สมสัดส่วน โดยเฉพาะชุมชนพื้นเมือง และผู้ที่อาศัยในพื้นที่ชนบทและเขตรายได้น้อย ซึ่งยังขาดแคลนระบบทำความเย็นและทรัพยากรทางการแพทย์ที่เพียงพอ
ทั้งนี้ นักวิจัยเตือนว่า หากปราศจากมาตรการบรรเทาผลกระทบและการปรับตัวที่สอดประสานกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งซ้ำเติมผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากสภาพอากาศร้อนจัดรุนแรง และทำให้ระบบสาธารณสุขต้องแบกรับภาระเพิ่มมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
