รีเซต

มหาสมุทรส่งสัญญาณ “เอลนีโญ” ก่อตัว อุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งใกล้แตะสถิติสูงสุด

มหาสมุทรส่งสัญญาณ “เอลนีโญ” ก่อตัว อุณหภูมิน้ำทะเลพุ่งใกล้แตะสถิติสูงสุด
TNN ช่อง16
9 พฤษภาคม 2569 ( 11:30 )
8

ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service ของสหภาพยุโรประบุว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรนอกเขตขั้วโลกอยู่ในระดับสูงเป็นอันดับ 2 เท่าที่เคยบันทึกมา ทำให้เดือนเมษายน ปี 2026 เป็นหนึ่งในเดือนเมษายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ทั้งบนบกและในมหาสมุทร ขณะเดียวกัน อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในเดือนเมษายนก็สูงเป็นอันดับ 3 ร่วมในประวัติศาสตร์ ซึ่งสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.43 องศาเซลเซียส 

 

อุณหภูมิผิวน้ำทะเลถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญว่าโลกกำลังดูดซับความร้อนส่วนเกินมากแค่ไหน จากข้อมูลพบว่าบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนมีอุณหภูมิสูงผิดปกติโดยเฉพาะตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ และเม็กซิโก นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า พื้นที่เหล่านี้กำลังเผชิญ “คลื่นความร้อนทางทะเล” ระดับรุนแรง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงปริมาณความร้อนมหาศาลที่กำลังก่อตัวในมหาสมุทร และเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์


นับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 มหาสมุทรทั่วโลกดูดซับความร้อนส่วนเกินจากก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 90% ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว สภาพอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ทั่วโลก 

 

โดยปกติแล้วปรากฏการณ์เอลนีโญ เกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นกว่าปกติ ส่งผลให้สภาพอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลง บางพื้นที่เผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วม ขณะที่บางพื้นที่กลับเกิดภัยแล้งรุนแรง แต่หากอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 2 องศาเซลเซียส นั่นหมายถึงปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบมหาศาลต่อโลกได้ โดยข้อมูลจากหน่วนงานด้านสภาพอากาศหลายแห่ง ระบุว่ารูปแบบจำลองสภาพอากาศบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดในช่วงปลายปี 2026 แม้ปัจจุบันจะมีโอกาสต่ำอยู่ก็ตาม 


แบบจำลองจากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป หรือ ECMWF คาดว่า อุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางใกล้เส้นศูนย์สูตรอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3 องศาเซลเซียสภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็อาจกลายเป็นหนึ่งในเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดเท่าที่โลกเคยเผชิญ

 

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา หลายพื้นที่ทั่วโลกเริ่มได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพอากาศ ทั้งน้ำท่วมหนักในคาบสมุทรอาหรับ แอฟริกาตอนใต้เผชิญกับภัยแล้งรุนแรง ขณะที่มหาสมุทรแปซิฟิกเกิดพายุหมุนเขตร้อนหลายลูก ส่วนยุโรปก็เผชิญกับสภาพอากาศที่แตกต่างกันสุดขั้วบางประเทศในยุโรปตะวันตกเฉียงใต้ทำสถิติอากาศร้อนที่สุดในเดือนเมษายน แต่บางประเทศในยุโรปฝั่งตะวันออกกลับเผชิญกับคลื่นความหนาวและอากาศเย็นกว่าปกติ ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังสะท้อนถึงสภาพอากาศโลกที่ผันผวนจนคาดการณ์ได้ยากกว่าปกติ และหากอุณหภูมิในมหาสมุทรยังคงอุ่นขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายถึงทั่วโลกอาจต้องเตรียมรับมือกับวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้วอย่างรุนแรง ท่ามกลางปรากฏการณ์เอลนีโญที่ดันอุณหภูมิโลกให้สูงจนทำลายสถิติเดิมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง