รีเซต

คลื่นร้อนมรณะถล่มอังกฤษ เสียชีวิตพุ่งกว่า 2,700 ราย เพียงแค่ในเวลา 2 เดือน!

คลื่นร้อนมรณะถล่มอังกฤษ เสียชีวิตพุ่งกว่า 2,700 ราย เพียงแค่ในเวลา 2 เดือน!
TNN ช่อง16
14 กรกฎาคม 2569 ( 11:30 )
5

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยผลการวิเคราะห์ล่าสุดว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในอังกฤษและเวลส์ช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 2,700 คน โดยเฉพาะช่วงที่อุณหภูมิพุ่งสูงที่สุดในปลายเดือนมิถุนายน มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยถึงวันละประมาณ 440 คน สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ผลการศึกษาซึ่งนำโดย ดร.แคลร์ บาร์นส์ นักวิจัยจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ระบุว่า มากกว่า 40% ของผู้เสียชีวิตในช่วงคลื่นความร้อนดังกล่าวจะไม่เสียชีวิต หากโลกไม่ได้ร้อนขึ้นประมาณ 1.4 องศาเซลเซียสจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล


ข้อมูลยังระบุว่า ช่วงคลื่นความร้อนในเดือนมิถุนายน ซึ่งกินเวลาระหว่างวันที่ 18-28 มิถุนายน มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนราว 2,200 คน ในจำนวนนี้ประมาณ 38% มีความเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อน ขณะที่คลื่นความร้อนในเดือนพฤษภาคมระหว่างวันที่ 21-29 พฤษภาคม มีผู้เสียชีวิตราว 550 คน และเกือบ 60% เป็นผลจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


นักวิจัยระบุว่า แม้อุณหภูมิในเดือนมิถุนายนจะร้อนจัดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ภาวะโลกร้อนยังทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอีกประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ความสูญเสียรุนแรงยิ่งขึ้น


สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) และสำนักงานอุตุนิยมวิทยา (Met Office) ได้ออกประกาศเตือนภัยระดับสูงสุดต่อเนื่อง 3 วันในช่วงปลายเดือนมิถุนายน โดยเตือนว่าความร้อนจัดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม แม้ว่าผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัวจะเป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด


ก่อนหน้านี้ UKHSA เคยประเมินว่า คลื่นความร้อนในช่วงฤดูร้อนระหว่างปี 2563-2567 ทำให้มีผู้เสียชีวิตในสหราชอาณาจักรมากกว่า 10,000 คน ขณะที่คณะกรรมการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศเตือนมาเป็นเวลากว่าทศวรรษว่า มาตรการรับมือสภาพอากาศรุนแรงของรัฐบาลยังไม่เพียงพอ


ด้าน ดร.มาร์ก แม็กคาร์ธี จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่เกิดคลื่นความร้อนในช่วงต้นฤดูร้อนรุนแรงผิดปกติ โดยทำลายสถิติเดิมหลายรายการ อุณหภูมิสูงสุดในเดือนพฤษภาคมแตะ 35.1 องศาเซลเซียสในกรุงลอนดอนฝั่งตะวันตก ส่วนปลายเดือนมิถุนายน อุณหภูมิสูงเกิน 37 องศาเซลเซียสในภูมิภาคอีสต์แองเกลีย พร้อมเตือนว่า คลื่นความร้อนในอนาคตอาจรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหญ่ในปีหน้า


นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เป็นมาตรการสำคัญในการจำกัดความรุนแรงของคลื่นความร้อนในอนาคต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการปกป้องประชาชนจากผลกระทบของสภาพอากาศสุดขั้ว


การศึกษาครั้งนี้ใช้ข้อมูลสภาพอากาศ แบบจำลองภูมิอากาศ และงานวิจัยที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ซึ่งหมายถึงจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงกว่าระดับปกติในช่วงเวลาเดียวกันของปี โดยครอบคลุมการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ รวมถึงภาวะหัวใจวายและเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีความร้อนเป็นปัจจัยกระตุ้น ไม่ใช่เฉพาะกรณีที่ระบุว่า "ความร้อน" เป็นสาเหตุโดยตรงของการเสียชีวิต


ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า หลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูง ยังขาดข้อมูลที่เพียงพอในการประเมินผลกระทบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การศึกษาระดับโลกเมื่อปี 2568 ประเมินอย่างระมัดระวังว่า อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนทำให้มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 1 คนต่อนาทีทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง