รีเซต

สทนช.เตือนเอลนีโญแรง! น้ำวันนี้ยังพอมี แต่ปี 70 น่าห่วง

สทนช.เตือนเอลนีโญแรง! น้ำวันนี้ยังพอมี แต่ปี 70 น่าห่วง
TNN ช่อง16
4 สิงหาคม 2569 ( 10:30 )
15

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประเมินสถานการณ์น้ำของประเทศในช่วงนี้ว่า หลายพื้นที่มีแนวโน้มฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ตั้งแต่ขณะนี้จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญในการเร่งเติมน้ำเข้าสู่เขื่อนและแหล่งกักเก็บน้ำ ก่อนเข้าสู่ช่วงที่อาจเผชิญความเสี่ยงด้านน้ำจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ


นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปีนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ ทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก 35 แห่งยังน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เขื่อนส่วนใหญ่ยังมีศักยภาพรองรับน้ำได้อีกมาก โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มได้รวมประมาณ 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร


ปัจจุบันเขื่อนหลักทั้งสองแห่งมีปริมาณน้ำอยู่ประมาณ 52-54% ของความจุกักเก็บ ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ประมาณ 56% ของความจุ และมีน้ำใช้การได้ประมาณ 38% ของความจุกักเก็บ


สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม สทนช.ระบุว่า แม้ปีนี้จะมีฝนน้อยจากอิทธิพลเอลนีโญ แต่ลักษณะฝนมีแนวโน้มตกหนักเป็นจุด ๆ ทำให้บางพื้นที่ต้องเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน เช่น อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย รวมถึงอำเภอหล่มเก่าและหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีรายงานผลกระทบจากฝนตกหนักแล้ว โดยได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง


นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่า เอลนีโญมีโอกาสมากกว่า 80% ที่จะพัฒนาเป็น ซูเปอร์เอลนีโญ ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน


ขณะนี้ สทนช.ได้กำหนดพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำแล้ว 40 จังหวัด พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมแผนรับมือ โดยเฉพาะการสำรองน้ำสำหรับประชาชน รวมถึงภาคเกษตรที่มีความต้องการใช้น้ำสูง


ทั้งนี้ สทนช.ขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด และเตรียมสำรองน้ำสำหรับพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะสวนทุเรียนในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ซึ่งมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในช่วงต่อไป ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจต้องหลีกเลี่ยงการทำนาปรัง เนื่องจากปริมาณน้ำอาจไม่เพียงพอและเสี่ยงสร้างความเสียหายต่อผลผลิต

สำหรับ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบว่า เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำร้อยละ 52 ของความจุ เขื่อนสิริกิติ์ร้อยละ 54 เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนร้อยละ 23 และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ร้อยละ 15


ขณะเดียวกัน มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำใช้การต่ำกว่าร้อยละ 30 หรือต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุดจำนวน 13 แห่ง และแหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำกักเก็บต่ำกว่าร้อยละ 30 จำนวน 66 แห่ง


อย่างไรก็ตาม สทนช.ยืนยันว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันยังเพียงพอต่อกิจกรรมการใช้น้ำจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้งปี 2569/2570 แต่จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ฝนและบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือความเสี่ยงจากเอลนีโญที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง