อ.เสรี เตือนภาคกลางมี 7–10 วัน รับมวลน้ำเหนือ

สถานการณ์น้ำเหนือยังเป็นประเด็นที่พื้นที่ภาคกลางต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดย รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประเมินว่า ภาคกลางยังมีเวลาเตรียมรับมวลน้ำเหนือประมาณ 7–10 วัน ก่อนน้ำจะเคลื่อนลงมาตามลำดับ ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ผ่านพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ไปจนถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
รศ.ดร.เสรี โพสต์ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยนำสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำเหนือมาประเมินเทียบกับปี 2554 พร้อมวิเคราะห์ความเสี่ยงตามหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่มีเวลาเตรียมพร้อมล่วงหน้า
10 วันข้างหน้า ภาคกลางยังไม่มีสัญญาณฝนหนัก
ข้อมูลที่ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ติดตาม พบว่า การคาดการณ์ในช่วง 10 วันข้างหน้า ยังไม่พบสัญญาณฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ขณะที่ความเสี่ยงจากพายุจรที่จะเข้าสู่ประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ โดยปีนี้มีพายุเกิดขึ้นแล้ว 26 ลูก และประเมินว่าอาจเหลืออีกประมาณ 2 ลูก ส่วนปริมาณน้ำเหนือบริเวณจังหวัดกำแพงเพชรเริ่มลดลงบางส่วน
สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำมีแนวโน้มทยอยลดลงตามความสามารถในการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เช่น บางกะปิ ลาดกระบัง คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก และบางนา ซึ่งหลายหน่วยงานกำลังเร่งระบายน้ำผ่านปลายคลองด่านออกสู่ทะเล
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.เสรี ระบุว่า ยังจำเป็นต้องติดตามข้อมูลสภาพอากาศเป็นรายวัน เนื่องจากการพยากรณ์ฝนที่มีความน่าเชื่อถือสูงสามารถประเมินล่วงหน้าได้ประมาณ 3 วัน
จับตาเขื่อนเจ้าพระยารับน้ำเพิ่ม
อีกด้านหนึ่ง ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิง บริเวณอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มขึ้นรวดเร็วในช่วงวันที่ 29–30 กันยายน และ 1 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณนครสวรรค์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แม้การประเมินยอดน้ำสูงสุดและปริมาณน้ำหลากสะสมในขณะนี้ยังต่ำกว่าสถานการณ์ปี 2554 แต่ปริมาณน้ำที่กำลังเคลื่อนลงมาจะเพิ่มภาระให้กับเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ต้องจับตาระดับน้ำทั้งเหนือและท้ายเขื่อน รวมถึงความแข็งแรงของคันกั้นน้ำและประตูระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยง
เปิด 2 ฉากทัศน์เสี่ยงเหนือ-ใต้เขื่อนเจ้าพระยา
รศ.ดร.เสรี ประเมินกรณีสถานการณ์เลวร้ายไว้ 2 ฉากทัศน์ โดยแบ่งตามพื้นที่เหนือและใต้เขื่อนเจ้าพระยา
ฉากทัศน์ที่ 1 พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา
พื้นที่นอกคันกั้นน้ำในจังหวัดชัยนาทและอุทัยธานี ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่สูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงที่น้ำจะล้นคันกั้นน้ำ หรือเกิดปัญหาในจุดที่คันกั้นน้ำมีความแข็งแรงไม่เพียงพอ
ฉากทัศน์ที่ 2 พื้นที่ใต้เขื่อนเจ้าพระยา
หากเขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำ พื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ผ่านสิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พื้นที่เฝ้าระวังยังครอบคลุมแนวคันคลองมหาราชฝั่งตะวันออก คันถนนฝั่งตะวันตก ตลอดจนชุมชนริมแม่น้ำน้อย รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีนในจังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม
ส่วนการประเมินสถานการณ์ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล รศ.ดร.เสรี มีกำหนดชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยรังสิต ในช่วงเวลา 13.00–14.00 น.
แนะใช้ช่วง 7–10 วัน เตรียมพื้นที่เสี่ยง
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ ควรใช้ช่วงเวลา 7–10 วันนี้เตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง นำรถและยานพาหนะไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบสภาพคันกั้นน้ำบริเวณใกล้บ้าน หากพบความผิดปกติควรแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ทันที
ขณะเดียวกันควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนรับมือให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและฝนในแต่ละวัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
