รีเซต

สัญญาณวิกฤตอาหารโลก! “ยูกันดา” เริ่มแจกอาหารฉุกเฉิน หลังคนอดตายจากภัยแล้ง

สัญญาณวิกฤตอาหารโลก!  “ยูกันดา” เริ่มแจกอาหารฉุกเฉิน   หลังคนอดตายจากภัยแล้ง
TNN ช่อง16
3 สิงหาคม 2569 ( 12:30 )
11

รัฐบาลยูกันดาเริ่มปฏิบัติการแจกจ่ายอาหารฉุกเฉินครั้งใหญ่ หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความอดอยากอย่างน้อย 19 ราย ในภูมิภาคคาราโมจา (Karamoja) ทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญภัยแล้งรุนแรงและความล้มเหลวของผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้ประชาชนราว 1.5 ล้านคน เผชิญภาวะขาดแคลนอาหารและทุพโภชนาการในระดับวิกฤต

สถานการณ์ใน “คาราโมจา” ทวีความรุนแรงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หลังฤดูฝนไม่มาตามกำหนด ทำให้พืชผลที่เกษตรกรปลูกไว้เสียหายเป็นวงกว้าง โดย เครือข่ายระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้านทุพภิกขภัย ซึ่งติดตามความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ประเมินว่าพื้นที่ทั้งหมดของคาราโมจาเข้าสู่ระดับ "วิกฤต" แล้ว

การแจกจ่ายอาหารครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลยูกันดา นับตั้งแต่หลายหน่วยงานด้านมนุษยธรรมต้องลดบทบาทลงจากปัญหาการตัดลดงบประมาณความช่วยเหลือระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลเตรียมแจกจ่ายอาหารบรรเทาทุกข์กว่า 9,400 ตัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน ด้วยงบฉุกเฉิน 45,000 ล้านชิลลิงยูกันดา (ประมาณ 9 ล้านปอนด์) ที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา

“แซม เอ็งโกลา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติและผู้ลี้ภัย เป็นผู้เปิดปฏิบัติการแจกจ่ายอาหารที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเขตคาอาบอง (Kaabong) พร้อมยืนยันว่า ประธานาธิบดีได้กำชับไม่ให้มีประชาชนในคาราโมจาเสียชีวิตจากความอดอยากอีก

"ประธานาธิบดีไม่ต้องการได้ยินข่าวว่ามีใครในคาราโมจาเสียชีวิตเพราะความหิวโหย ผมจะกำกับดูแลการแจกจ่ายอาหารจนเสร็จสิ้น และจะทำให้มั่นใจว่าทุกคนได้รับความช่วยเหลือ ไม่มีใครถูกทอดทิ้ง" เอ็งโกลา กล่าว

“คาราโมจา” กำลังเผชิญช่วงแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังฝนตกครั้งสุดท้ายที่มีนัยสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูเพาะปลูก ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายเกือบทั้งหมด

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลและศูนย์สาธารณสุขในพื้นที่รายงานว่า มีเด็กจำนวนหลายร้อยคนเข้ารับการรักษาจากภาวะทุพโภชนาการรุนแรง โดยรายงานด้านโภชนาการเมื่อเดือนมิถุนายนระบุว่า ประชาชนเกือบครึ่งหนึ่งในเขตคาอาบองและโคติดู (Kotido) อยู่ในภาวะวิกฤตด้านอาหาร

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วิกฤตความมั่นคงทางอาหารที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในคาราโมจา เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมจากการตัดไม้ทำลายป่าและการเลี้ยงสัตว์เกินศักยภาพของพื้นที่ รวมถึงปัญหาความยากจนและประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

ก่อนหน้านี้ ในปี 2565 ยูกันดาเคยเผชิญวิกฤตความอดอยากครั้งใหญ่ในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,200 คน ตามข้อมูลของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนยูกันดา

นักวิเคราะห์มองว่า การที่รัฐบาลยูกันดาเป็นผู้รับผิดชอบการแจกจ่ายอาหารครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หลังหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศลดงบประมาณสนับสนุน โดยเฉพาะการปรับลดงบประมาณของ USAID ซึ่งเคยมีงบประมาณช่วยเหลือทั่วโลกปีละกว่า 42,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผลกระทบดังกล่าวทำให้ โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) ต้องลดการช่วยเหลือในหลายประเทศ รวมถึงยูกันดา ซึ่งได้ยุติความช่วยเหลือด้านอาหารแก่ผู้ลี้ภัยถึง 63% หรือมากกว่า 1 ล้านคน และลดปริมาณอาหารสำหรับผู้รับความช่วยเหลือที่เหลือเพียง 663,000 คน

ด้าน “แอกเนส คิราโบ” ผู้อำนวยการบริหารองค์กร Food Rights Alliance (FRA) ระบุว่า การที่รัฐบาลเข้ามารับบทนำในการช่วยเหลือถือเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่การแจกจ่ายอาหารเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นที่ช่วยรักษาชีวิตผู้คนเท่านั้น เธอเสนอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูประบบความมั่นคงทางอาหาร ผลักดันให้การเข้าถึงอาหารเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน พร้อมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

"คาราโมจามีปริมาณฝนและเส้นทางน้ำเพียงพอที่จะผลิตอาหารเลี้ยงประชากรได้ แต่สิ่งที่ขาดคือเจตจำนงทางการเมืองในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง" คิราโบกล่าว พร้อมย้ำว่า วิกฤตความอดอยากในคาราโมจาไม่ใช่เพียงปัญหาภัยแล้ง แต่เป็น "วิกฤตด้านการบริหารจัดการ" ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับความหิวโหยที่สามารถป้องกันได้ในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง