รีเซต

หน้าฝนใกล้จบ แต่ทำไมฝนยังไม่หยุด? ไขปริศนา “ฝนปลายฤดู”

หน้าฝนใกล้จบ แต่ทำไมฝนยังไม่หยุด? ไขปริศนา “ฝนปลายฤดู”
TNN ช่อง16
4 ตุลาคม 2569 ( 15:56 )
9

ใกล้หมดหน้าฝน แต่ทำไมฝนยังตก

เข้าสู่ช่วงต้นเดือนตุลาคม หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า เมื่อฤดูฝนกำลังจะผ่านพ้นไป เหตุใดประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ แถมบางช่วงยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก คำตอบไม่ได้อยู่ที่ “หน้าฝนยังไม่หมด” เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลและปัจจัยทางอากาศหลายด้านที่ยังคงเกิดขึ้นพร้อมกัน

โดยทั่วไปประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ช่วงปลายฤดูฝนในเดือนตุลาคม ก่อนเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ช่วงรอยต่อนี้ไม่ได้หมายความว่าฝนจะหยุดตกทันที เพราะมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังสามารถพัดปกคลุมประเทศไทย ขณะที่ร่องมรสุมหรือแนวปะทะของมวลอากาศยังอาจส่งผลให้เกิดฝนในหลายพื้นที่

เพราะอากาศกำลังอยู่ในช่วง "เปลี่ยนฤดู"

กรมอุตุนิยมวิทยา ไขข้อสงสัยดังนี้ 

1. ฝั่งฤดูฝน ยังไม่ไปหมด ความชื้นยังมีอยู่  มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบางส่วนของไทย   

2. ฝั่งอากาศเย็น เริ่มมาแล้ว มวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาเป็นระยะ ทำให้ลมและสภาพอากาศบริเวณไทยตอนบนเริ่มเปลี่ยนแปลง

3. ช่วงเปลี่ยนผ่าน = อากาศแปรปรวน ช่วงรอยต่อแบบนี้ อากาศจึงมีความแปรปรวน หากมีความชื้นและสภาพบรรยากาศเหมาะสม ก็ยังเกิด ฝนฟ้าคะนอง ฝนหนัก ลมกระโชกแรง รวมถึงฟ้าร้องฟ้าผ่า ได้  

4. เพราะฉะนั้น “ฝนเพิ่ม” ไม่ได้หมายความว่าจะตกหนักทุกพื้นที่ หรือตกตลอดทั้งวัน วันเดียวกันบางพื้นที่อาจมีแดด ขณะที่อีกพื้นที่มีฝนฟ้าคะนองได้

จับตาฝนระลอกใหม่ 4-7 ต.ค. 69

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569)

ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้

-  ในวันที่ 4 ต.ค. 69: บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

-  ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. 69: บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง

-  ในวันที่ 7 ต.ค. 69: ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 8-13 ต.ค. 69 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

การคาดหมายลักษณะอากาศของประเทศไทยราย 3 เดือน เดือนตุลาคม – ธันวาคม พ.ศ. 25

ในระยะ 3 เดือนนี้

คาดว่า ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทย ส่วนใหญ่จะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 30 ภาคเหนือและภาคตะวันออก จะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 40 ภาคกลางจะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 50 และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 60 โดยภาคเหนือจะมีปริมาณฝนรวม ประมาณ 80 - 120 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 154 มม.)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 40 - 70 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 124 มม.)

ภาคกลาง ประมาณ 80 - 120 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 195 มม.) กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ประมาณ 180 - 230 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 300 มม.)

ภาคตะวันออก ประมาณ 140 - 180 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 276 มม.) 

ภาคใต้ ฝั่งตะวันออก ประมาณ 600 - 700 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 915 มม.) 

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประมาณ 400 – 500 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 652 มม.)

สำหรับอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยและอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยทั้งประเทศ ส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติ โดยจะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทย ตอนบน 33 - 35 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 31.9 องศาเซลเซียส) บริเวณภาคใต้ 31 – 33 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 31.1 องศาเซลเซียส) และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยทั้งประเทศ 23 - 25 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 22.4 องศาเซลเซียส)

เดือนตุลาคม

ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะต่ำกว่า ค่าปกติร้อยละ 30 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 50 

ภาคกลางและภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 40 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 20 

โดยจะมีปริมาณฝนรวมตามภาคต่างๆ ดังนี้ 

ภาคเหนือประมาณ 60 - 100 มม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 40 - 70 มม. 

ภาคกลางประมาณ 70 - 110 มม. 

ภาคตะวันออกประมาณ 140 - 180 มม. 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมาณ 180 - 220 มม. 

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกประมาณ 160 - 200 มม. 

ภาคใต้ฝั่งตะวันตกประมาณ 200 - 250 มม. อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1 องศาเซลเซียส 

โดยจะมีอุณหภูมิสูงสุด เฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน 33 - 35 องศาเซลเซียส บริเวณภาคใต้31 - 33 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิต่ำสุด เฉลี่ยทั้งประเทศ 24 - 26 องศาเซลเซียส

เดือนพฤศจิกายน 

เดือนพฤศจิกายน ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 40 ภาคเหนือจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 50 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติ ร้อยละ 60 และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 20 โดยจะมีปริมาณฝนรวมตามภาคต่างๆ

ดังนี้ ภาคเหนือและภาคกลางประมาณ 10 - 20 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือน้อยกว่า 10 มม. ภาคตะวันออกรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 20 - 40 มม. ภาคใต้ฝั่งตะวันออกประมาณ 200 - 250 มม. ภาคใต้ฝั่ง ตะวันตกประมาณ 140 - 180 มม. อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส โดยจะมีอุณหภูมิสูงสุด เฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน 33 - 35 องศาเซลเซียส บริเวณภาคใต้32 - 34 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิต่ำสุด เฉลี่ยทั้งประเทศ 24 - 26 องศาเซลเซียส

เดือนธันวาคม 

ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 80 ภาคกลางจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 90 ภาคตะวันออกจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่า ค่าปกติร้อยละ 50

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 20 และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่า ค่าปกติร้อยละ 30 โดยจะมีปริมาณฝนรวมตามภาคต่างๆ ดังนี้ บริเวณประเทศไทยตอนบนปริมาณฝนรวมน้อยกว่า 10 มม. 

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกประมาณ 200 - 250 มม. ภาคใต้ฝั่งตะวันตกประมาณ 50 - 80 มม. อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส โดยจะมีอุณหภูมิสูงสุด เฉลี่ยทั้งประเทศ 32 - 34 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน 22 - 24 องศาเซลเซียส บริเวณภาคใต้ 24 – 26 องศาเซลเซียส

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง