น้ำแข็งแอนตาร์กติกาหดตัว ต้นเหตุจาก 3 ปัจจัยหลัก เร่งน้ำแข็งพังทลายเสี่ยงกระทบโลกทั้งใบ

งานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่ในวารสาร Science Advances ระบุว่า การพังทลายของน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกาเกิดจาก “วิกฤตซ้ำซ้อน 3 ปัจจัย” ได้แก่ ความร้อนจากมหาสมุทรชั้นลึก ลมที่รุนแรงขึ้น และวงจรป้อนกลับทางธรรมชาติที่เร่งให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น ทั้งสามปัจจัยนี้เกิดขึ้นและส่งผลร่วมกัน จนทำให้น้ำแข็งทะเลรอบทวีปแอนตาร์กติกาไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนในอดีต และอาจกระทบต่อสภาพภูมิอากาศทั่วโลกในระยะยาวได้
จุดเริ่มต้นของวิกฤตเกิดขึ้นในปี 2013 เมื่อกระแสลมที่มีกำลังแรงขึ้นเริ่มดึงน้ำอุ่นและน้ำเค็มจากมหาสมุทรชั้นลึก เคลื่อนขึ้นมาใกล้พื้นผิวใต้แผ่นน้ำแข็งทะเล กระแสลมแรงได้พาความร้อนขึ้นสู่ผิวน้ำมากขึ้น ส่งผลให้น้ำแข็งทะเลในแอนตาร์กติกาตะวันออกละลายอย่างรวดเร็ว และในช่วงหลังปี 2018 สถานการณ์ยิ่งรุนแรงกว่าเดิม เพราะเมื่อปริมาณน้ำแข็งลดลง มหาสมุทรสีเข้มจะดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์แทนพื้นน้ำแข็งสีขาว ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นและน้ำแข็งใหม่ก่อตัวได้ยาก กลายเป็น “วงจรเร่งโลกร้อน” ที่ยิ่งทำให้การละลายเกิดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
แม้แอนตาร์กติกาจะอยู่ห่างไกลจากพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ แต่ภูมิภาคนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบภูมิอากาศโลก พื้นผิวสีขาวของน้ำแข็งทะเลสามารถสะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์กลับสู่อวกาศได้มากถึง 80% ช่วยลดการสะสมความร้อนของโลก แต่เมื่อแผ่นน้ำแข็งหายไป มหาสมุทรกลับดูดซับความร้อนแทน ส่งผลให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากน้ำแข็งทะเลแอนตาร์กติกายังคงลดลงต่อเนื่อง อาจกระทบต่อกระแสน้ำในมหาสมุทร ระบบภูมิอากาศโลก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการพังทลายของชั้นน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทั่วโลก
ข้อมูลจาก NASA ระบุว่า ระหว่างปี 2002-2020 แอนตาร์กติกาสูญเสียน้ำแข็งเฉลี่ยราว 149,000 ล้านตันต่อปี ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ทุก ๆ ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 เซนติเมตร จะทำให้ประชาชนทั่วโลกราว 6 ล้านคนเสี่ยงเผชิญน้ำท่วมชายฝั่ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศหลายคนกังวลว่า แอนตาร์กติกาอาจกำลังเข้าใกล้ “จุดเปลี่ยน” ที่ระบบธรรมชาติจะไม่สามารถฟื้นกลับสู่สภาพเดิมได้ หากน้ำแข็งทะเลยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปี 2030 มหาสมุทรใต้รอบแอนตาร์กติกาอาจเปลี่ยนจาก “ตัวช่วยรักษาสมดุลภูมิอากาศโลก” กลายเป็น “ตัวเร่งภาวะโลกร้อน” แทน ซึ่งหมายความว่า โลกอาจต้องเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง ภัยแล้ง น้ำท่วม และสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน ภูมิภาคแอนตาร์กติกา เป็นจุดหมายปลายทางและความใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศของแผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมา แม้ว่าแอนตาร์กติกากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศก็ตาม ข้อมูลจากสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวแอนตาร์กติกานานาชาติ (IAATO) ระบุว่า ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนแอนตาร์กติกากว่า 122,000 คน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 44,000 คนในปี 2017 และอาจเพิ่มสูงถึง 450,000 คนต่อปีภายในปี 2033
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การท่องเที่ยวเพื่อไปเห็นธรรมชาติก่อนสูญหาย อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อระบบนิเวศที่เปราะบาง เมื่อแอนตาร์กติกา ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของโลก เริ่มสูญเสียความสามารถในการปกป้องโลกจากความร้อน อนาคตของภูมิอากาศโลกอาจเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่มนุษยชาติคาดคิดไว้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
