รีเซต

คลื่นความร้อนรูปแบบใหม่ “Snow-Eater” ภัยใหม่จากโลกที่กำลังเดือด

คลื่นความร้อนรูปแบบใหม่	 “Snow-Eater” ภัยใหม่จากโลกที่กำลังเดือด
TNN ช่อง16
14 สิงหาคม 2569 ( 12:00 )

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้เกิดปรากฏการณ์ความร้อนรูปแบบใหม่ที่น่าจับตา นั่นคือ “Snow-eater” หรือ “คลื่นความร้อนกินหิมะ” ซึ่งไม่ได้เพียงทำให้อากาศร้อนขึ้น แต่ยังเร่งให้หิมะบนภูเขาละลายเร็วกว่าปกติ จนกระทบต่อแหล่งน้ำ เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม ภัยแล้ง และไฟป่า โดยเฉพาะพื้นที่ตะวันตกของสหรัฐฯ

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อคลื่นความร้อนปกคลุมพื้นที่ทางตะวันตกของสหรัฐฯ อุณหภูมิพุ่งสูงผิดฤดูกาลไปจนถึงพื้นที่ภูเขา ส่งผลให้หิมะที่เหลืออยู่จากฤดูหนาวซึ่งมีอากาศอุ่นและแห้งกว่าปกติละลายอย่างรวดเร็ว ก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน และปูทางไปสู่ปัญหาภัยแล้งและไฟป่า

 

นักวิทยาศาสตร์นิยาม “Snow-eater heatwaves” ว่าเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็งอย่างผิดฤดูกาลต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม แตกต่างจากคลื่นความร้อนทั่วไป เพราะผลกระทบสำคัญไม่ได้มีเพียงความร้อน แต่คือการเร่งละลายของหิมะ ซึ่งทำหน้าที่เสมือน “อ่างเก็บน้ำธรรมชาติ” ของพื้นที่ภูเขา


งานวิจัยที่ศึกษาข้อมูลสภาพอากาศของสหรัฐฯ ตะวันตกตั้งแต่ปี 1850–2015 พบว่า Snow-eater โดยทั่วไปกินเวลาประมาณ 3–5 วัน และสามารถทำให้อัตราการละลายของหิมะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า นอกจากนี้ 7 จาก 11 เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในฤดูใบไม้ผลิที่เกิดจากหิมะละลายตั้งแต่ปี 1950 เกิดขึ้นภายใน 5 วันหลังเกิดคลื่นความร้อนชนิดนี้

 

สิ่งที่น่ากังวลคือปรากฏการณ์นี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งแต่ทศวรรษ 1850 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก Snow-eater เพิ่มขึ้นเกือบ 102,000 ตารางกิโลเมตรต่อศตวรรษ ความถี่เพิ่มขึ้น และช่วงเวลาที่เริ่มเกิดปรากฏการณ์ก็ขยับเร็วขึ้นประมาณหนึ่งเดือนต่อศตวรรษ

 

ผลกระทบไม่ได้จบลงเมื่อหิมะละลาย เพราะหิมะบนภูเขาเป็นแหล่งน้ำสำคัญของพื้นที่ตะวันตกสหรัฐฯ ในบางรัฐคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 75% ของปริมาณน้ำที่ใช้ เมื่อหิมะละลายเร็ว น้ำจะถูกปล่อยออกมาเร็วเกินไป และเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนกลับเหลือน้ำสำหรับใช้ในภาคเกษตรและชุมชนน้อยลง ขณะเดียวกันผืนป่าจะแห้งเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดและลุกลามของไฟป่า


ในปีนี้ ปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่ในหิมะของพื้นที่ตะวันตกของสหรัฐฯ ณ วันที่ 1 เมษายน อยู่ในระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หลายพื้นที่เผชิญภัยแล้งรุนแรง ระบบแม่น้ำโคโลราโดมีระดับน้ำต่ำมาก และพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือเผชิญไฟป่ารุนแรงตามมา


นักวิทยาศาสตร์ยังระบุด้วยว่า คลื่นความร้อน Snow-eater ในเดือนมีนาคมแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีอิทธิพลจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และมีความเป็นไปได้ว่า “หิมะละลายเร็วผิดฤดูกาล” ซึ่งเกิดขึ้นในปีนี้ อาจกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในโลกที่อุ่นขึ้น

 

“Snow-eater” จึงเป็นอีกสัญญาณของโลกที่กำลังร้อนขึ้น เพราะความร้อนไม่ได้เพียงทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังเข้าไปเปลี่ยนวงจรน้ำตามธรรมชาติ จากหิมะที่เคยค่อย ๆ ละลายและปล่อยน้ำตลอดฤดู กลายเป็นการละลายอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่น้ำท่วมในระยะสั้น แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้งและไฟป่าในระยะยาว หากอุณหภูมิโลกยังสูงขึ้น ปรากฏการณ์ลักษณะนี้ก็มีแนวโน้มเกิดเร็วขึ้น กว้างขึ้น และรุนแรงขึ้นตามไปด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง