'สมาคมภัตตาคาร' ชี้โควิดใหม่ทำยอดขายเหลือ30% สูญ 700 ล้านบาทต่อวัน

'สมาคมภัตตาคาร' ชี้โควิดใหม่ทำยอดขายเหลือ30% สูญ 700 ล้านบาทต่อวัน
มติชน
17 เมษายน 2564 ( 05:36 )
13
'สมาคมภัตตาคาร' ชี้โควิดใหม่ทำยอดขายเหลือ30% สูญ 700 ล้านบาทต่อวัน

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหาร สร้างรายได้ประมาณ 5 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนับรวมในทุกขนาดร้านอาหารทั่วประเทศ โดยเฉลี่ยยอดขายร้านอาหารต่อวัน มีมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งประเมินว่า ในช่วงที่เกิดการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 นี้ จะทำให้ยอดขายลดลงเหลือประมาณ 30% แต่ในปัจจุบันต้องยอมรับว่า ร้านอาหารไม่สามารถรองรับลูกค้าได้เต็ม 100% เหมือนที่ผ่านมา เหลือมากสุดก็ 50% เท่านั้น เพราะติดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม และการจำกัดจำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการในร้าน ทำให้จำนวนโต๊ะที่ตั้งให้บริการต้องลดลงไปโดยปริยาย

 

 

นางฐนิวรรณ กล่าวว่า หากเทียบยอดขายในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา พบว่าตลอดทั้งเดือนถือเป็นเดือนที่ดีมาก เพราะยอดขายของร้านอาหารส่วนใหญ่ ฟื้นตัวกลับมาได้กว่า 80-90% เพราะสถานการณ์การระบาดไวรัสดีขึ้น บวกกับรัฐบาลอนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารที่ร้านได้ถึงเวลา 23.00 น. และขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ แม้ในช่วงปลายเดือนยอดขายจะแผ่วลง เพราะคนเก็บเงินใช้เที่ยวสงกรานต์มากขึ้น แต่ก็ถือว่าฟื้นตัวขึ้นมาได้ดีมาก หากเทียบกับช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นยอดขายวิ่งอยู่เพียง 10-20% เท่านั้น

 

 

“หากรัฐบาลประกาศให้ภัตตาคารและร้านอาหารปิดตัวลงชั่วคราวอีกนั้น ประเมินว่าจะทำให้รายได้หายไป 600-700 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งหากปิด 14 วัน ก็เท่ากับว่าจะทำให้เม็ดเงินหายจากระบบกว่า 9,800 ล้านบาท และหากปิดนานกว่า 14 วัน ก็จะทำให้เม็ดเงินหายไปมากกว่าที่ประมาณการไว้ เพราะเห็นตัวอย่างจากการให้ปิดร้านชั่วคราวในรอบที่ผ่านมา ร้านอาหารของสมาชิกในสมาคมฯ ที่ปกติรับลูกค้ากว่า 300 รายต่อวัน ลูกค้าหายไปเหลือเพียง 4 รายต่อวัน ก็ได้เห็นมาแล้ว” นางฐนิวรรณ กล่าว

 

 

นางฐนิวรรณ กล่าวว่า นอกจากนี้มองว่าหากรัฐบาลจะประกาศให้ร้านอาหารนั่งรับประทานได้ถึงเวลา 21.00 น. เปิดซื้อกลับบ้านได้ถึงเวลา 23.00 น. และไม่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้นั้น ถือเป็นมาตรการที่เอื้อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไป มีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้มากเท่าเวลาปกติ แต่ก็ถือว่าไม่ได้หายไปจนหมด โดยเบื้องต้นมองว่าหากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์หรือเคอฟิวส์ออกมาทันที เพื่อให้สถานการณ์จบเร็วที่สุดก็ดี แต่รัฐบาลจะต้องมองในแง่เศรษฐกิจและธุรกิจด้วยว่า ผู้ประกอบการจะอยู่ได้หรือไม่ หากประกาศใช้มาตรการเหล่านั้น เพราะหากไม่มีรายได้แต่รายจ่ายเท่าเดิม ทุกคนจะตายกันหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง