รีเซต

IEA เล็งปล่อย “น้ำมันสำรองฉุกเฉิน” ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ หลังวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง ​

IEA เล็งปล่อย “น้ำมันสำรองฉุกเฉิน” ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ หลังวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง  ​
TNN ช่อง16
11 มีนาคม 2569 ( 12:23 )

IEA เล็งปล่อย “น้ำมันสำรองฉุกเฉิน” ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ หลังวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง


สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า องค์การพลังงานระหว่างประเทศ International Energy Agency (IEA) กำลังพิจารณาแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินในปริมาณมหาศาล ซึ่งอาจกลายเป็นการปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อบรรเทาความผันผวนของตลาดพลังงานโลกที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


รายงานระบุว่า ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือระหว่างการประชุมฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ด้านพลังงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยแผนการปล่อยน้ำมันสำรองครั้งนี้อาจมีปริมาณมากกว่าระดับ 182 ล้านบาร์เรล ซึ่งประเทศสมาชิกเคยระบายออกมาสองรอบในปี 2565 หลังการรุกรานยูเครนของรัสเซีย หากข้อเสนอดังกล่าวได้รับการอนุมัติ จะถือเป็นการใช้คลังสำรองพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น


หลังรายงานดังกล่าวเผยแพร่ออกมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลง จากก่อนหน้านี้ที่พุ่งขึ้นเกือบ 4% โดยล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่บริเวณประมาณ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนว่าการปล่อยน้ำมันสำรองอาจช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทานในตลาดพลังงานโลกได้บางส่วน


แรงกดดันต่อตลาดพลังงานเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ขยายตัวในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกเกือบถูกปิดกั้น ส่งผลให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียหลายแห่งต้องลดกำลังการผลิตลง และทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกหายไปประมาณ 6%




นอกจากนี้ยังมีน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงจำนวนหลายล้านบาร์เรลติดค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมัน เนื่องจากไม่สามารถผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ หลังเกิดเหตุโจมตีเรือและการรบกวนสัญญาณนำทางในพื้นที่ ทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของการเดินเรือเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก


ก่อนหน้านี้ กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ Group of Seven (G7) ได้ขอให้ IEA ประเมินสถานการณ์และจัดทำแผนเกี่ยวกับการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน เพื่อเตรียมความพร้อมหากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ โดย Roland Lescure รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ประเทศสมาชิกต้องการทราบว่าปริมาณน้ำมันสำรองที่สามารถนำออกมาใช้ได้จริงมีมากเพียงใด หากจำเป็นต้องดำเนินมาตรการดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม แผนการระบายน้ำมันครั้งนี้ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป เนื่องจากกลไกการตัดสินใจของ IEA เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกสามารถคัดค้านได้ หากมีประเทศใดประเทศหนึ่งไม่เห็นด้วย โดยคาดว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับข้อเสนอนี้จะเกิดขึ้นภายในวันพุธ



ปัจจุบัน ประเทศสมาชิกทั้ง 32 ประเทศของ IEA มีน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวมกันไม่น้อยกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และในอดีตองค์กรเคยประสานการระบายน้ำมันสำรองลักษณะนี้มาแล้ว 5 ครั้ง เช่น ในช่วงก่อนสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก หลังพายุเฮอริเคน Hurricane Katrina และ Hurricane Rita ในปี 2548 รวมถึงหลังสงครามกลางเมืองในลิเบียปี 2554 และอีกสองครั้งในปี 2565 จากผลกระทบของสงครามในยูเครน


ทั้งนี้ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในอดีตชี้ให้เห็นว่า การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองไม่ได้ทำให้ราคาพลังงานลดลงในทันทีเสมอไป ตัวอย่างเช่น ในปี 2565 ราคาน้ำมันช่วงแรกกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดตีความว่าการใช้คลังสำรองเป็นสัญญาณว่าวิกฤตพลังงานมีความรุนแรงมากกว่าที่คาดไว้ ก่อนที่ราคาจะค่อย ๆ ปรับลดลงในระยะต่อมา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง