ตลาดหุ้นโลกฟื้น รับความหวังยุติสงคราม

Krungthai CIO ประเมินตลาดการลงทุนโลกกลับมาเป็นบวก แรงหนุนจากความกังวลภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย แนะจับตาทิศทางนโยบายประธาน FED คนใหม่ และผลเจรจาผู้นำสหรัฐฯ-จีน ชูจัดพอร์ตแบบ “Core Portfolio” ผ่านกองทุน KTWC ทยอยสะสมหุ้น AI และพลังงานทางเลือก พร้อมถือทองคำและ REITs ไทย เพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
ทีมกลยุทธ์การลงทุนธนาคารกรุงไทย ( CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 11-15 พฤษภาคม 2569 ว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกกลับมาฟื้นตัวโดดเด่น นำโดยหุ้นกลุ่ม Semiconductor และชิปความจำ หลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้ง นักลงทุนมีความคาดหวังถึงการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นการเจรจาเพื่อยุติความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ล่าสุด ออกมาดีกว่าคาด แต่เริ่มสะท้อนการชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างยังไม่เร่งตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั้งสหรัฐฯ และไทยปรับลดลง จากมุมมองที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจไม่จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานาน และมีโอกาสเริ่มปรับลดดอกเบี้ยได้อย่างเร็วในช่วงปลายปีนี้
Krungthai CIO มองว่า แม้ตลาดหุ้นหลายแห่งจะปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดใหม่ แต่ Valuation ยังไม่ตึงตัวเกินไป เมื่อเทียบกับแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จึงแนะนำให้นักลงทุนบริหารพอร์ตผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ การลงทุนในพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ผ่านกองทุน KTWC เพื่อกระจายความเสี่ยง การทยอยสะสมหุ้นกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากเทรนด์ AI ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center พร้อมกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ต
สำหรับมุมมองด้านการลงทุน Krungthai CIO ยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม Technology, Semiconductor และ Healthcare รวมถึงธีมพลังงานทางเลือก (Renewables/Grid) และยังให้น้ำหนักการลงทุนในญี่ปุ่นและจีน พร้อมแนะนำลงทุนใน REITs ไทย เพื่อรับโอกาสจากอัตราปันผลที่น่าสนใจ พร้อมถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่า เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องติดตามความคืบหน้าการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินจาก Kevin Warsh ว่าที่ประธาน FED คนใหม่ช่วงปลายสัปดาห์ และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
