ฝรั่งเศสร้อนสุดในประวัติศาสตร์ ดับจากจมน้ำแล้วถึง 40 ราย เหตุอยากลงน้ำคลายร้อน!

ฝรั่งเศสกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของฝรั่งเศส (Météo-France) ประกาศว่า วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นวันที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 1947 ขณะที่มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้วอย่างน้อย 40 ราย ภายในเวลาไม่กี่วัน
นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำในแหล่งน้ำที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลแล้ว 40 คน โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเยาวชน พร้อมเรียกสถานการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “โศกนาฏกรรมที่น่ากังวล”
หลายพื้นที่ทางตะวันตกของฝรั่งเศสเผชิญอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยเมืองปิสโซส์ แคว้นล็องด์ วัดอุณหภูมิได้สูงถึง 44.3 องศาเซลเซียส ขณะที่เมืองบอร์กโดซ์ทำสถิติใหม่ที่ 42.1 องศาเซลเซียส
Météo-France ระบุว่า ขณะนี้มี 54 จังหวัดอยู่ภายใต้การเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสูงสุด หรือ “สีแดง” ครอบคลุมพื้นที่ราวครึ่งประเทศ โดยอุณหภูมิในช่วงกลางคืนก็ยังทำสถิติสูงสุดเช่นกัน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถหลบหนีความร้อนจากช่วงกลางวันได้
ผลกระทบจากอากาศร้อนจัดยังลุกลามไปยังสถานที่สำคัญหลายแห่ง โดยหอไอเฟลประกาศปิดให้บริการเร็วกว่าปกติถึง 8 ชั่วโมง ขณะที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์เตรียมลดเวลาทำการลง เนื่องจากอาคารเก่าแก่ไม่สามารถรองรับอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเพียงพอ
ทางการกรุงปารีสยังแนะนำให้ประชาชนทำงานจากที่บ้าน และหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถไฟ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูงจัด โดยรางรถไฟอาจเสียหายได้เมื่ออุณหภูมิพื้นผิวพุ่งเกิน 50 องศาเซลเซียส
ด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กอลเฟช ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ต้องหยุดเดินเครื่องปฏิกรณ์หนึ่งเครื่องชั่วคราว หลังพบว่าน้ำจากแม่น้ำที่ใช้หล่อเย็นมีอุณหภูมิสูงเกินระดับความปลอดภัย
คลื่นความร้อนครั้งนี้ยังส่งผลกระทบในหลายประเทศทั่วยุโรป อิตาลีประกาศเตือนภัยระดับสูงใน 15 เมืองใหญ่ รวมถึงกรุงโรมและมิลาน ขณะที่เยอรมนีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางน้ำเพิ่มขึ้น ส่วนสเปนเกือบทั้งประเทศอยู่ภายใต้การแจ้งเตือนภัยจากอากาศร้อน โดยบางพื้นที่มีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียสตลอดทั้งคืนติดต่อกันหลายวัน
นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศระบุว่า คลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรปครั้งนี้เกิดจากมวลอากาศร้อนขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวจากทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกาเหนือ และเคลื่อนตัวช้า ทำให้ความร้อนสะสมต่อเนื่องโดยแทบไม่มีลมช่วยระบายอากาศ
ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่า โลกกำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเร่งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกก่อนจะสายเกินไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
