รีเซต

“ซูเปอร์เอลนีโญ” จ่อถล่มไทย เสี่ยงซ้ำเติม “ภัยแล้ง” วิกฤตหนัก ข้าวไทยเสี่ยงสูญ 5.4 ล้านตัน!

“ซูเปอร์เอลนีโญ” จ่อถล่มไทย เสี่ยงซ้ำเติม “ภัยแล้ง” วิกฤตหนัก ข้าวไทยเสี่ยงสูญ 5.4 ล้านตัน!
TNN ช่อง16
12 สิงหาคม 2569 ( 11:00 )

ปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก และอาจลากยาวไปถึงต้นปีหน้า กำลังสร้างความกังวลต่อภาคการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมข้าว ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ นักวิเคราะห์เตือนว่า ภาวะแล้งรุนแรงและอุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจทำให้ผลผลิตข้าวลดลง กระทบรายได้เกษตรกรและเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหาร


ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เพาะปลูกข้าวสำคัญของไทย ผืนนาที่ หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชุมชนเกษตรกรรมมาหลายชั่วอายุคน และเป็นแหล่งผลิตข้าวทั้งสำหรับบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปยังผู้บริโภคทั่วโลก แต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้ฤดูกาลเพาะปลูกมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทุกครั้งที่เริ่มปลูกข้าวจึงกลายเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ เพราะเพียงฝนทิ้งช่วงหรือฝนมาไม่ตรงเวลา ก็อาจทำให้ผลผลิตที่เกษตรกรทุ่มเทแรงกายมาตลอดหลายเดือนเสียหายได้


เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ผลผลิตที่ลดลง และราคาข้าวที่ไม่ขยับตามต้นทุน


นายไพราช เส็งเจริญ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ กล่าวว่า ต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับสูง ขณะที่ผลผลิตต่ำและราคาข้าวตกต่ำ ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถแบกรับภาระต่อไปได้ ปัญหาสำคัญที่สุดคือการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากการปลูกข้าวเป็นกิจกรรมทางการเกษตรที่ต้องใช้น้ำในปริมาณมาก แต่ช่วงฤดูแล้งที่ยาวนานขึ้นกำลังทำให้นาข้าวขาดน้ำก่อนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ส่งผลโดยตรงต่อความหวังของเกษตรกรในแต่ละรอบการผลิต


นายไพราชกล่าวเพิ่มเติมว่า หากการปลูกข้าวไม่มีน้ำ ทุกอย่างก็จบลง และสำหรับเกษตรกรแล้ว นั่นหมายถึงการสูญเสียทั้งผลผลิตและรายได้


สภาพอากาศที่แปรปรวนตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้สร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมข้าวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า สถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น หากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญพัฒนาไปตามที่คาดการณ์ไว้


“ซูเปอร์ เอลนีโญ” อาจทำให้หลายพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญอุณหภูมิที่สูงขึ้นและภาวะแห้งแล้งยาวนานกว่าปกติ และอาจรุนแรงกว่าผลกระทบจากเอลนีโญครั้งใหญ่ในอดีต ซึ่งเคยทำให้เขื่อนและแหล่งน้ำมีปริมาณลดลง พื้นที่เกษตรประสบภัยแล้ง และผลผลิตทางการเกษตรลดลง


นักวิเคราะห์เตือนว่า หากเกิดซูเปอร์เอลนีโญที่มีความรุนแรงมาก ภาคเกษตรกรรมของไทยอาจเข้าใกล้ “จุดเปลี่ยน” ที่ส่งผลกระทบพร้อมกันทั้งด้านการผลิต ปริมาณการส่งออก และรายได้ของประชาชนในชนบท


ด้าน นักวิเคราะห์จากธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า หากซูเปอร์เอลนีโญรุนแรงตามที่คาดการณ์ ภาคเกษตรกรรมและผลผลิตทางการเกษตรของไทยอาจได้รับความเสียหายประมาณ 62,000 ล้านบาท หรือราว 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจทำให้ข้าวเปลือกสูญเสียจากระบบประมาณ 5.4 ล้านตัน


ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงที่ผลผลิตข้าวของไทยอาจลดลงประมาณ 15% จากผลผลิตในแต่ละปี ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร แต่ยังทำให้ประเทศไทยต้องทบทวนแนวทางด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยโจทย์สำคัญในอนาคตอาจไม่ใช่เพียงการผลิตข้าวให้เพียงพอ แต่ต้องสามารถผลิตข้าวโดยใช้น้ำน้อยลงด้วย


ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยด้านการเกษตรกำลังเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวที่สามารถทนต่อภาวะแห้งแล้งและอยู่รอดได้ในช่วงที่ขาดน้ำยาวนาน โดยพยายามรักษาระดับผลผลิตให้ใกล้เคียงกับพันธุ์ข้าวทั่วไป โดยนักวิทยาศาสตร์อาศัยองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์ที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวที่สามารถเติบโตได้ในสภาพอากาศที่ภัยแล้งอาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต


ดร.ศิวเรศ อารีกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หากซูเปอร์เอลนีโญมีความรุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารอย่างแน่นอน โดยโครงการพัฒนาข้าวใช้น้ำน้อยเป็นงานที่ดำเนินการมานานเกือบ 10 ปี เริ่มตั้งแต่การค้นหายีนที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์และพันธมิตรในประเทศจีน


พันธุ์ข้าวใช้น้ำน้อยดังกล่าวสามารถลดการใช้น้ำได้ประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับการปลูกข้าวทั่วไป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการรับมือกับภาวะขาดแคลนน้ำและความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศในอนาคต


แม้นักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวสำหรับอนาคต แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อนาคตของข้าวไทยยังขึ้นอยู่กับเกษตรกรที่กำลังดูแลผืนนาอยู่ในวันนี้ คำถามสำคัญคือ เกษตรกรจะสามารถประคับประคองอาชีพและผ่านพ้นฤดูแล้งที่รุนแรงขึ้นได้หรือไม่ หาก ซูเปอร์เอลนีโญเดินหน้ารุนแรงตามที่มีการคาดการณ์ไว้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง