รีเซต

"วิกฤตเศรษฐกิจอิหร่าน" จีดีพีติดลบ เงินเฟ้อพุ่ง เจอภาวะสงครามซ้ำเติม ความเสี่ยงครั้งใหญ่เกิดขึ้นแล้ว?

"วิกฤตเศรษฐกิจอิหร่าน" จีดีพีติดลบ เงินเฟ้อพุ่ง เจอภาวะสงครามซ้ำเติม ความเสี่ยงครั้งใหญ่เกิดขึ้นแล้ว?
TNN ช่อง16
10 มีนาคม 2569 ( 08:00 )
15

"วิกฤตเศรษฐกิจอิหร่าน" จีดีพีติดลบ เงินเฟ้อพุ่ง เจอสงครามซ้ำเติมเพิ่มภาระ ความเสี่ยงครั้งใหญ่เกิดขึ้นแล้ว


เกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจของอิหร่าน ก่อนมาถึงสงครามในวันนี้  อิหร่านเจอกับวิกฤต จีดีพีติดลบต่อเนื่อง เงินเฟ้อพุ่ง ค่าเงินดิ่ง และวันนี้ต้นทุนการทำสงครามได้สร้างแรงซ้ำเติมอีกหรือไม่ 


ภาพรวมเศรษฐกิจของอิหร่านก่อนเข้าสู่ไฟสงครามวันนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากความแข็งแกร่ง แต่เป็นภาพของการถดถอย และความไม่พอใจของประชาชนภายในประเทศเพิ่มขึ้น


รายงานล่าสุดของ World Bank ประเมินว่า เศรษฐกิจอิหร่านจะหดตัวประมาณ 1.7% ในปี 2568 และมีแนวโน้มติดลบลึกขึ้นถึง 2.8% ในปี 2569 โดยมาจากโครงสร้างที่อ่อนแอที่กัดกินประเทศมายาวนาน ไม่ใช่เพียงแค่เกิดจากแรงกระแทกของราคาน้ำมันที่ผันผวน หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น  


โครงสร้างเศรษฐกิจของอิหร่านพึ่งพาพลังงานอย่างหนัก รายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของงบประมาณรัฐ ในบางช่วงเวลาสัดส่วนรายได้จากพลังงานคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด 


ดังนั้นความเปราะบางก็ชัดเจน เพราะเมื่อถูกจำกัดการส่งออกจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่มีการถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 และฟื้นมาตรการกดดันอิหร่านไปขั้นสูงสุด  


ส่งผลทำให้รายได้จากน้ำมันของอิหร่านก็ถูกบีบลงอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันธนาคารอิหร่านหลายแห่งก็ถูกตัดออกจากระบบการเงินระหว่างประเทศ ธุรกรรมดอลลาร์ก็ทำได้ยากขึ้น ด้านบริษัทพลังงานยุโรปก็พาถอนการลงทุน โครงการขนาดใหญ่หยุดชะงัก เงินทุนต่างชาติไหลออก


ซึ่งแม้ว่าอิหร่านยังสามารถส่งออกน้ำมันได้บางส่วน แต่รายได้ก็ลดลง เพราะต้องขายในราคาที่ถูกลง โดยมีจีนเป็นผู้ซื้อหลัก แต่ก็ต้องใช้เครือข่ายบริษัทตัวกลาง ใช้กองเรือขนส่งที่เปลี่ยนชื่อเรือหรือปิดสัญญาณติดตาม และต้องมีข้อเสนอส่วนลดสูงเพื่อจูงใจผู้ซื้อ ส่งผลให้รายได้สุทธิต่อบาร์เรลต่ำกว่าราคาตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ



ปัญหาแรกของอิหร่าน คือ “รายได้รัฐหดตัว”


เมื่อรายได้จากน้ำมันลดลง ขณะที่รายจ่ายภาครัฐกลับลดลงได้ยาก รัฐบาลต้องแบกรับภาระอุดหนุนพลังงาน ค่าแรงภาครัฐ สวัสดิการพื้นฐาน และงบความมั่นคง ผลลัพธ์คือการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องหลายปี


และเพื่อแก้ปัญหา เพื่ออุดช่องว่างงบประมาณ ทางออก คือ อิหร่านใช้วิธีการกู้ภายในประเทศและเพิ่มปริมาณเงินในระบบ นโยบายลักษณะนี้ช่วยพยุงสภาพคล่องระยะสั้น แต่สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะกลางและระยะยาว เพราะปริมาณเงินเพิ่มเร็วกว่าการเติบโตของผลผลิตจริง


ผลที่ตามมาคือเงินเฟ้อเรื้อรัง


อัตราเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการของอิหร่านในช่วงปลายปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 42% แต่ว่าในกลุ่มของสินค้าจำเป็นหลายหมวด โดยเฉพาะอาหารและเวชภัณฑ์ ถูกประเมินว่าปรับขึ้นสูงถึง 50–60% และผลก็คือ ประชาชนชาวอิหร่าน หรือครัวเรือน ที่เจอกับราคาของที่แพง ก็ใช้จ่ายน้อยลง และใช้จ่ายเฉพาะสิ่งจำเป็น


ส่วนเรื่องของค่าเงิน ก็พบว่าค่าเงินเรียลของอิหร่าน อ่อนค่ารุนแรงในปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 มีผลทำให้ต้นทุนนำเข้าสินค้าพุ่งขึ้นไปทันที และครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่ วัตถุดิบอุตสาหกรรม เครื่องจักร ยา หรืออาหาร


 แต่ที่หนักกว่านั้น คือ ความผันผวนของราคาแบบรายวัน ผู้ประกอบการไม่สามารถคาดการณ์ต้นทุนล่วงหน้าได้ พ่อค้าไม่กล้าสต็อกสินค้า ธุรกิจชะลอการลงทุน เศรษฐกิจไปต่อแทบไม่ได้ เข้าสู่วงจรชะงักงัน


และแรงกดดันดังกล่าวทำให้เกิดการประท้วงของผู้คน บนท้องถนน ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 ของปีที่ผ่านมา กระแสความไม่พอใจเริ่มพาดพิงถึงผู้นำสูงสุดอย่าง อาลี คาเมเนอี บ่งบอกว่าปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้อยู่แค่ระดับครัวเรือนแล้ว แต่ไปกระทบถึงเสถียรภาพทางการเมืองด้วย


อีกปัจจัยสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจอิหร่านคือบทบาทของ "กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม" Islamic Revolutionary Guard Corps หรือ IRGC ซึ่งมีอิทธิพลในภาคเศรษฐกิจจำนวนมาก ตั้งแต่น้ำมัน ก่อสร้าง โทรคมนาคม ไปจนถึงเครือข่ายการค้าภายใต้การคว่ำบาตร


เมื่อภาคเศรษฐกิจหลักส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มอำนาจเฉพาะ การแข่งขันเสรีและความโปร่งใสลดลง การปฏิรูปเชิงโครงสร้างทำได้ยาก นักลงทุนเอกชนทั้งในและต่างประเทศเผชิญความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์และการเมือง


ในอดีตอิหร่านเคยเป็นประเทศที่รุ่งเรืองอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่ง รายได้รัฐเคยโตแบบก้าวกระโดด  แต่วันนี้อิหร่าน เศรษฐกิจติดลบ และแบกต้นทุนด้านสงครามเข้ามาซ้ำ 


หลังข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 หรือ Joint Comprehensive Plan of Action หรือ "ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน" คือความตกลงระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เป็นผู้นำสหรัฐฯ ทำให้อิหร่านกลับเข้าสู่ตลาดพลังงานโลก ปริมาณส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นทันที ปี 2016 GDP เติบโตมากกว่า 10% จากฐานที่ต่ำ ถือเป็นการฟื้นตัวแรงที่สุดหลังยุคสาธารณรัฐอิสลาม


ก่อนหน้านั้น ยุครุ่งเรืองที่สุดในเชิงความมั่งคั่งคือทศวรรษ 1970 ภายใต้การปกครองของพระเจ้าโมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี เป็นพระมหากษัตริย์แห่งอิหร่านรัชกาลสุดท้ายก่อนการปฏิวัติอิสลาม  Mohammad Reza Pahlavi โดยหลังวิกฤตราคาน้ำมันปี 1973 รายได้รัฐเพิ่มแบบก้าวกระโดด GDP เติบโตเลขสองหลัก รัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และกองทัพอย่างมหาศาล รายได้ต่อหัวเพิ่มรวดเร็ว เมืองใหญ่อย่างเตหะรานขยายตัว


แต่จุดอ่อนในเวลานั้นคือการพึ่งพาน้ำมันสูง ความเหลื่อมล้ำเพิ่ม และแรงกดดันทางสังคมสะสม กระทั่งมีการปฏิวัติเกิดขึ้นในปี 1979


ปัจจุบัน อิหร่านยังมีจุดแข็งหลายด้าน ประเทศมีประชากรกว่า 80 ล้านคน เป็นตลาดภายในขนาดใหญ่ มีแรงงานวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก ภาคอุตสาหกรรมมีความหลากหลาย ทั้งยานยนต์ ปิโตรเคมี เหล็ก ซีเมนต์ และเกษตรกรรมที่พอเลี้ยงตัวเองได้บางส่วน อัตราการรู้หนังสือสูง ผลิตบัณฑิตสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมจำนวนมาก


แต่สุดท้ายศักยภาพเหล่านี้ถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดทางการเงินระหว่างประเทศ การเข้าถึงเทคโนโลยี การลงทุนต่างชาติ และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย



เมื่อภาพเศรษฐกิจเปราะบางเช่นนี้ ความเสี่ยงสงครามจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะการทำสงครามมีต้นทุนที่ต้องจ่าย


ต้นทุนตรงคือค่าใช้จ่ายทางทหาร การจัดซื้ออาวุธ การระดมกำลัง การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานหากถูกโจมตี หากโรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือ หรือโรงไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ต้นทุนซ่อมแซมจะสูงมาก


ต้นทุนทางอ้อมคือผลกระทบต่อความเชื่อมั่น นักลงทุนจะชะลอการลงทุน การค้าระหว่างประเทศยิ่งถูกจำกัด ความเสี่ยงประกันภัยการขนส่งทางทะเลเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนส่งออกน้ำมัน


หากความขัดแย้งลุกลามและนำไปสู่การคว่ำบาตรเพิ่มเติม รายได้จากน้ำมันซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจอิหร่านอาจลดลงอีก นั่นหมายถึงงบประมาณรัฐจะตึงตัวมากขึ้น


และนี่คือ วิกฤต ของอิหร่าน ที่ฉากหน้าในวันนี้ คือ ข่าวสงคราม และภายใน คือ ปัญหาเศรษฐกิจที่ติดลบ และสงคราม คือ แรงกระแทกใหญ่ ที่ซ้ำเติม และอาจทำให้การฟื้นตัวหลังจากนี้ใช้เวลานานหลายปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง