รีเซต

ทำไมอิหร่านจึงสำคัญกับการพัฒนาซินเจียงในระยะยาว ( ตอน 3)

ทำไมอิหร่านจึงสำคัญกับการพัฒนาซินเจียงในระยะยาว ( ตอน 3)
TNN ช่อง16
23 เมษายน 2569 ( 13:42 )
1

นอกจากการเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ซินเจียงยังเป็น “ระเบียงพลังงาน” (Energy Corridor) ของจีน โดยเป็น “ทางผ่าน” พลังงานจากเอเชียกลางผ่านโครงการสำคัญ อาทิ ท่อก๊าซเอเชียกลาง–จีนที่เริ่มจากเติร์กเมนิสถานผ่านอุซเบกิสถานและคาซัคสถาน ก่อนเข้าสู่ซินเจียง

ท่อก๊าซดังกล่าวนำส่งก๊าซเข้าสู่จีนปีละหลายหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้จีนลดการพึ่งพาการขนส่งทางทะเล และลดความเสี่ยงจากการปิดเส้นทางทะเลและคอขวดทางทะเลในจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ อาทิ ช่องแคยฮอร์มุซ และช่องแคบมะละกา

นอกจากนี้ ซินเจียงยังเป็น “จุดเริ่มต้น” ของระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor) ซึ่งเป็นโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และช่วยเชื่อมด้านซีกตะวันตกของจีนเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียโดยตรง

หันมาดูที่อิหร่าน (Iran) ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” (Islamic Republic of Iran) อิหร่านนับเป็นดินแดนอารยธรรมเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ในอดีตมีชื่อว่า “เปอร์เซีย” ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐอิสลามในยุคหลัง

จุดที่คนมักเข้าใจผิดบ่อยที่สุดก็คือ อิหร่านเป็นชาว “อารยัน” (Aryan) หรือ “เปอร์เซีย” ไม่ใช่คนอาหรับ ปัจจุบัน อิหร่านมีจำนวนประชากรราว 90 ล้านคน ซึ่งมากกว่าซินเจียงกว่า 3 เท่าตัว  

อีกประเด็นสำคัญก็คือ คนอิหร่านมีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 35 ปี ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ (Shia) และพูดภาษาฟาร์ซี (Farsi) ซึ่งอยู่ในตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน และมีวัฒนธรรมเก่าแก่ย้อนไปถึงจักรวรรดิเปอร์เซียโบราณ อาจกล่าวได้ว่า อิหร่านและซินเจียงมีลักษณะ “หลากเชื้อชาติ” (Multi-Ethnic) และมีประชากรมุสลิมเป็นส่วนใหญ่

การมีภาษา วัฒนธรรม และโครงสร้างทางสังคมที่เป็นของตนเองและความภาคภูมิใจในรากเหง้าของความเป็นจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ในอดีตเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในนโยบายต่างประเทศที่ต้องการเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สำหรับคนที่เคยเดินทางไปเยือนอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน จะรู้สึกว่าสังคมอิหร่านมีความหลากหลายและมีความทันสมัยอย่างคาดไม่ถึง ใครจะเชื่อว่ากรุงเตหะรานเป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก และได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งการศัลยกรรมจมูกของโลก”

ในเชิงภูมิศาสตร์ อิหร่านมีพื้นที่ราว 1.65 ล้านตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวเหนือ-ใต้ 1,600 กิโลเมตร และตะวันออก-ตะวันตก 2,100 กิโลเมตร ถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 17 ของโลก 

อิหร่านนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีภูเขาสูงมากที่สุดในโลก โดยมีพรมแดนติดกับเกือบ 10 ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเซียกลาง รวมทั้งทะเลแคสเปียน (Caspian Sea) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในโลกทางทิศเหนือ และอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) หรือบางครั้งเรียกว่าอ่าวอาหรับ (Arabian Gulf) ทางทิศใต้

ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ก็อยู่ในย่านนี้ และเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลกด้านพลังงานในปัจจุบัน เพราะเป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวันทั่วโลก (ราว 20% ของการขนส่งพลังงานทางทะเล) โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเซียตะวันออก

อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบผ่านเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก เกาะปะการังขนาดราว 20 ตารางกิโลเมตรที่ห่างจากชายฝั่งราว 25 กิโลเมตรแห่งนี้จึงถือเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิหร่านเพราะเกาะนี้มีท่าเรือน้ำลึกที่มีกำลังการขนถ่ายน้ำมันดิบ 6-7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคลังเก็บน้ำมันดิบขนาด 30 ล้านบาร์เรล จึงนับเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบกว่า 90% ของประเทศ

อาจสรุปได้ว่า ในเชิงภูมิศาสตร์ อิหร่านและซินเจียงมีความคล้ายคลึงกันในหลายส่วน อาทิ ขนาดที่ใหญ่กว่าไทยกว่า 3 เท่าตัว และสภาพแวดล้อมที่รายรอบด้วยเทือกเขาและทะเลทราย แต่อิหร่านมีทางออกทางทะเลในทางตอนเหนือและตอนใต้ ขณะที่ซินเจียงซึ่งอยู่ด้านซีกตะวันตกของจีนไม่มีทางออกทางทะเล (Landlocked) แต่โชคดีที่ได้ BRI เป็นเสมือน “ตัวผลักดัน” การเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเซียกลาง ตะวันออกกลาง และอื่นๆ

ในเชิงเศรษฐกิจ อิหร่านมีจีดีพีอยู่ที่ราว 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคในช่วงหลายปีหลัง ทำให้เศรษฐกิจของอิหร่านเติบโตในอัตราต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง และกำหนดยุทธศาสตร์ “Look East” ขยับเข้าหาจีนและรัสเซียอย่างเต็มตัวเพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ตามแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 7 รัฐบาลอิหร่านยังพยายามปรับปรุงสถานะความมั่นคงทางอาหารและน้ำ และปรับลดการพึ่งพาการส่งออกน้ำมันและกระตุ้นการส่งออกสินค้าประเภทอื่น แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะดูเหมือนเศรษฐกิจของอิหร่านตกอยู่ในสภาวะ “วิกฤติซ้อนวิกฤต” ที่ตึงเครียดอย่างหนักเมื่ออิหร่านเข้าสู่สภาวะสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลนับแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026

มองไปข้างหน้า รัฐบาลอิหร่านคงต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านงบประมาณที่ใช้ในการป้องกันประเทศ การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และสวัสดิการภาครัฐแก่ประชาชนราว 2 ใน 3 ของจำนวนประชากรโดยรวมที่ได้รับผลกระทบจากสงครามดังกล่าว

พูดถึงเรื่องสงครามแล้ว ผมขอขยายผลไปแตะประเด็นทางการเมืองซะหน่อย เพราะอิหร่านมีระบบการปกครองที่มีอัตลักษณ์และมีโครงสร้างอำนาจที่ซับซ้อน บางคนเรียกว่าเป็นระบบ “รัฐซ้อนรัฐ” (Dual Sovereignty) ที่ผสมผสานระหว่างศาสนากับการเมืองที่เรียกว่า “เทวาธิปไตย” (Theocratic Republic) กล่าวคือ ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ “ผู้นำสูงสุด” (Supreme Leader) ซึ่งเป็นผู้นำศาสนา หรือ “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” เป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือทหาร ตุลาการ และสื่อมวลชน

ติดตามประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างซินเจียงและอิหร่านกันในตอนหน้าครับ ...

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง