โฆษก รบ. เผยเศรษฐกิจไทยสัญญาณดีขึ้น ชี้คะแนนประชาธิปไตยลดเพราะโควิด

โฆษก รบ. เผยเศรษฐกิจไทยสัญญาณดีขึ้น ชี้คะแนนประชาธิปไตยลดเพราะโควิด
TNN ช่อง16
4 กุมภาพันธ์ 2564 ( 16:22 )
13
โฆษก รบ. เผยเศรษฐกิจไทยสัญญาณดีขึ้น ชี้คะแนนประชาธิปไตยลดเพราะโควิด

วันนี้ (4 ก.พ.64) นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณดีขึ้น ซึ่งภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือนธ.ค. 63 มีสัญญาณดีขึ้นในหลายๆด้าน ทั้งในส่วนของตัวเลขการส่งออกขยายตัวในรอบ 8 เดือนอยู่ที่ระดับ 4.7 % การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น 

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยต่ำสุดมาแล้ว และปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในปี 64 ส่วนสภาพคล่องมีเพียงพอต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ระดับเงินคงคลังมีเพียงพอต่อการรองรับการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ และการดำเนินนโยบายต่างๆได้มีประสิทธิภาพ

ซึ่งเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนธ.ค. 63 อยู่ที่ 4.7 แสนล้านบาท มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันปี 62 ประมาณ 49.5 % ส่วนหนี้สาธารณะ สิ้นเดือนธ.ค.63 อยู่ที่ 8.1 ล้านล้านบาท สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพี อยู่ที่ 52.1 % อยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังไม่เกิน 60 % และหนี้ที่เกิดขึ้นเกิดจากการไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทำให้เกิดการจ้างงาน

นายอนุชา กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลประชาชนและผู้ประกอบการ รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 รวมถึงจะมีการออกมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อเนื่องในปี 64 ซึ่งจะครอบคลุมประชาชนในหลากหลายอาชีพ โดยรวมถึงไปผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ด้วย

ทั้งนี้ นายอนุชา ยังเปิดเผยรายงานจากสำนักข่าวบลูกเบิร์ก ที่ได้ ประเมินมุมมองอนาคตเศรษฐกิจไทยในปี 64 ซึ่งมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับ 1 จาก 17 ประเทศในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยประเมินจากปัจจัยต่างๆ ทั้งเรื่องเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ศักยภาพการดึงดูดเงินจากต่างประเทศ เป็นต้น 

นอกจากนี้ นายอนุชา เปิดเผยว่า ไทยมีดัชนีนวัตกรรมไทยขยับดีขึ้น โดยดัชนีนวัตกรรมบลูมเบิร์กประจำปี 2021 จัดอันดับไทยอยู่ที่ 36 จาก 60 เขตเศรษฐกิจที่มีนวัตกรรมมากที่สุด เป็นการปรับดีขึ้น 4 อันดับจากปีทีผ่านมา  สะท้อนถึงความสามารถของไทยในการใช้นวัตกรรมฝ่าฝันวิกฤตต่างๆ โดยเฉพาะการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19  อาทิ การตรวจคัดกรองโรค หุ่นยนต์  แอปพลิเคชันต่างๆ รวมถึงการกำหนดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวตกรรม และเศรษฐกิจ BCG  หลังยุคโควิด-19

ทั้งนี้ ดัชนีนวัตกรรมบลูมเบิร์กประจำปี 2564  ประเมินจากปัจจัย 7 ด้าน ดังนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (R&D Intensity) 36 คะแนน มูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมการผลิต  (Manufacturing value-added) 18 คะแนน สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อประชากรผู้มีงานทำ (Productivity)  52 คะแนน สัดส่วนจำนวนบริษัท (high-tech) 33 คะแนน สัดส่วนผู้ที่เข้าศึกษา ผู้จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและสัดส่วนบัณฑิตที่จบสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม (Tertiary  efficiency) 30 คะแนน จำนวนนักวิจัย (Researcher concentration) 45 คะแนนและจำนวนการยื่นขอสิทธิบัตร และสัดส่วนจำนวนสิทธิบัตรที่ได้รับ (Patent activity) 35 คะแนน ไทยมีคะแนนรวมอยู่ที่ 65.42 คะแนน

โฆษกรัฐบาลกล่าวเพิ่มเติมว่า “ตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ใช้โมเดลการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม จากนโยบาย “Thailand 4.0” ถึงการประกาศให้ “BCG เป็นวาระแห่งชาติ”  เพื่อเตรียมความพร้อมให้ไทยเป็นฐานการลงทุนและผลิตนวัตกรรม สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของโลก ซึ่งล่าสุด  Swedish Space Corporation (SSC) ซึ่งเป็นบริษัทอวกาศระดับโลก เข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้วโดยจัดตั้ง บริษัท SSC Space Thailand ตั้งอยู่ที่ Space Krenovation Park อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของ EECd หรือ Digital Park Thailand  เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทย ”   

นายอนุชา กล่าวถึงกรณีหน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ Economist Intelligence Unit (EIU) ของนิตยสารระดับโลก The Economist เผยแพร่ดัชนีประชาธิปไตยประจำปี 2020 ระบุว่าไทยได้คะแนนความเป็นประชาธิปไตย 6.04 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 อยู่ในอันดับที่ 73 เมื่อเทียบกันแล้วคะแนนของไทยลดลงจากปีก่อนหน้าที่ได้ 6.32 คะแนน ว่ากรณีดังกล่าวมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง ได้นำตัวเลขนี้ไปแถลง เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและไม่สร้างสรรค์

เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยลดลง สืบเนื่องมาจากดัชนีประชาธิปไตยมีการประมวลคำตอบเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กระบวนการเลือกตั้ง 2.เสรีภาพของประชาชน 3.การทำหน้าที่ของรัฐบาล 4.กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และ 5.วัฒนธรรมทางการเมือง ซึ่งมีเรื่องของเสรีภาพของประชาชนรวมอยู่ด้วย

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าเฉลี่ยลดลง เพราะหลายรัฐบาลทั่วโลกมีมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ดังนั้นเสรีภาพของประชาชนจึงลดลงไป เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีการล็อกดาวน์ จึงไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ได้คะแนนลดลง 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า การที่มีนักการเมืองบางกลุ่มออกมาแถลงว่า คะแนนความเป็นประชาธิปไตยของไทยที่ลดลง เป็นเหตุให้ทำให้ต่างชาติเกิดความไม่เชื่อถือ และไม่มาลงทุน จึงเห็นว่าเป็นการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนและเป็นการสร้างอคติให้กับรัฐบาล ยืนยันปัจจุบันยังมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนอยู่ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลทั้งหมด

เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ข่าวที่เกี่ยวข้อง