9 วิธีรับมือ เมื่อวัยกลางคน ตกงาน

9 วิธีรับมือ เมื่อวัยกลางคน ตกงาน
TrueID
23 กรกฎาคม 2564 ( 10:10 )
38
9 วิธีรับมือ เมื่อวัยกลางคน ตกงาน

จากวิกฤติโควิด-19 ทำให้บางกิจการไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากกว่ารายรับได้ จึงมีการปลดพนักงานของตัวเองออก จนทำให้พนักงานหลายคนที่ยังไม่ถูกปลดหรือถูกปลดไปแล้วรู้สึกกังวลใจ วันนี้ trueID มีวิธีรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าวสำหรับวัยกลางคน หรือจะประยุกต์ใช้กับวัยอื่นๆก็สามารถนำไปปรับได้ จะเป็นอย่างไรไปอ่านกัน

 

 

1.เช็คสถานะการเงินของคุณ

 

แน่นอนว่าคนวัยกลางคนส่วนใหญ่ มักอยู่ในสถานะหัวหน้าครอบครัวหรือมีสถานะสมรสที่ต้องแบกรับภาระเป็นเสาหลักของครอบครัวในการเลี้ยงดูสามี-ภรรยา-บุตร  รวมไปถึงเลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่เฒ่า

 

การตกงานจึงส่งผลกระทบกับคนวัยกลางคนเป็นอย่างมาก เมื่อทราบว่าต้องตกงาน  สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจสภาพการเงินในปัจจุบัน โดยต้องดูทรัพย์สินและหนี้สินว่ามีจำนวนเท่าไหร่ มีอะไรบ้าง รวมถึงรายจ่ายประจำเดือนที่ต้องจ่ายอยู่ทุกเดือนว่ามีมากน้อยแค่ไหน  มีเงินสำรองฉุกเฉินที่เพียงพอให้สามารถใช้ชีวิตไปได้อีกกี่เดือน

 

โดยหากมีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้ตัดออกไปเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้สมดุลกับจำนวนเงินที่มีอยู่  หรือถ้าหากคุณมีสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วอย่าง อย่างกองทุนรวม , หุ้น  คุณอาจขายสิ่งเหล่านี้ออกไปเพื่อแปรสภาพเป็นเงินก้อนเพื่อให้มีเงินเพียงพอต่อการดำรงชีวิตในแต่ละเดือนในยามที่คุณกำลังหางานใหม่

 


2.ติดต่อประกันสังคม

 

การว่างงานไม่ว่าจะว่างงานจากการลาออกตามความสมัครใจหรือถูกไล่ออก ต้องติดต่อประกันสังคมเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทดแทนที่พึงได้รับ หากส่งเงินสมทบมาแล้วเกินกว่า 6 เดือนมีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทน โดยยื่นคำร้องที่ประกันสังคม 

 

หากเงินเดือนมากกว่า 15,000 บาท สามารถเบิกค่าชดเชยว่างงานได้วันละ 150 บาท (ไม่เกินเดือนละ 4,500 บาท) โดยยื่นแบบคำรองรับผลประโยชน์กรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7) สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่กำหนด, หนังสือรับรองการลาออกจากบริษัท หนังสือคำสั่งนายจ้างหากจ้างออก(ถ้ามี)

 

เมื่อยื่นเอกสารแล้วประกันสังคมจะออกใบเสร็จรับคำร้องมาให้จากนั้นเข้าไปลงทะเบียนว่างงานได้ที่เว็บไซต์ https://empui.doe.go.th เพื่อรับเงินขณะว่างงาน

 


3.อัพเดทเรซูเม่โดยด่วน แล้วยื่นใบสมัครในเว็บไซต์หางาน

 

กรณีตกงานในวัยกลางคนการที่จะหางานในตำแหน่งงานที่เหมาะสมนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากจะไปทำตำแหน่งพนักงานธรรมดาก็ไม่มีใครอยากจ้างเพราะวัยที่มากแถมฐานเงินเดือนยังสูงสู้ไปจ้างเด็กจบใหม่ที่ฐานเงินเดือนน้อยกว่าแถมยังเก่งด้านเทคโนโลยีมากกว่า

 

ยกเว้นแต่ว่าเป็นตำแหน่งบริหารที่แน่นอนว่าความสามารถของคุณจะต้องถึง ผลงานจะต้องเด่น ซึ่งหากผลงานดีจริงจะต้องมีสักบริษัทที่สนใจและอยากได้คุณไปร่วมงาน และต้องทำใจยอมรับว่าคุณอาจถูกกดเงินเดือนเพราะบริษัทที่สนใจอาจมองว่าคุณกำลังตกงานจึงเป็นโอกาสที่จะถูกต่อรองเรื่องฐานเงินเดือนของคุณได้

 

ซึ่งก็ต้องชั่งใจดูว่ายอมรับได้มากน้อยแค่ไหนและต้องไม่ลืมว่ายังมีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน การมีเงินเดือนเข้ามาทุกเดือนย่อมดีกว่า แล้วค่อยมองหางานใหม่หากพบช่องทางอื่นที่เหมาะสม

 

 

4.จัดการเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 

หลังจากที่ถูกเลิกจ้าง นายจ้างจะยุติการจ่ายเงินสมทบให้กับเรา ซึ่งมีทางเลือกในการจัดการเงิน 3 ทางดังนี้

 

1.รับเงินจากกองทุนเต็มจำนวน  โดยเงินส่วนนี้ถือเป็นรายได้จะต้องถูกนำไปคำนวณภาษีในปีนั้นด้วย และเพื่อไม่ต้องรับภาระทางภาษี อาจแบ่งเงินที่ได้มาบางส่วนไปซื้อกองทุน SFF / RMF / ประกันบำนาญที่สามารถลดหย่อนภาษีได้


2.คงเงินก้อนไว้รอจนอายุครบ 55 ปี หรือเพื่อรอโอนย้ายเงินไปยังนายจ้างใหม่
   โดยเสียค่าธรรมเนียมในการคงสภาพปีละ 500 บาท เป็นการต่ออายุสมาชิกทำให้ไม่ต้องเสียภาษี แถมเงินในกองทุนยังถูกนำไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง


3.โอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปลงทุนต่อเนื่องในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (PVD for RMF)
 ข้อดีคือไม่ต้องลงทุนเพิ่มต่อเนื่องเหมือน RMF ทั่วไป แต่ต้องถือครองไปจนถึงอายุ 55 ปีเพื่อไม่ต้องเสียภาษี

 


5.ลดรายจ่าย

 

เมื่อตกงานสิ่งที่ต้องทำคือการลดรายจ่ายให้มากที่สุด และใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น  เช่น ภาระหนี้สิน ต้องพยายามจ่ายให้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดเพราะจะส่งผลต่อเครดิตความน่าเชื่อถือของคุณในอนาคต ซึ่งกว่าจะได้งานใหม่หรือเริ่มต้นทำอาชีพใหม่ ต้องคุมเข้มรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอย่าซื้อโดยเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้อนาคตว่าจะสามารถหางานใหม่ได้เมื่อไหร่กันแน่

 


6.หารายได้เสริม

 

นอกจากเงินประกันสังคม ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น  ขายสินทรัพย์เพื่อให้มีเงินสดยังชีพ  มีอีกสิ่งที่ควรทำคือ การหารายได้เสริม  อย่ารอเวลาที่จะหางานใหม่เพราะในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้การหางานใหม่อาจไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน

 

การหารายได้เสริมเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้มีเงินเข้ากระเป๋าสตางค์ทุกเดือนแม้จะไม่มากแต่ก็เป็นเงินประทังชีวิตให้กับคุณได้ ซึ่งอาชีพเสริมที่นิยมส่วนใหญ่มักเป็นการขายของออนไลน์หรือถ้าหากคุณมีประสบการณ์จากงานที่ทำ 

 

อาจรับจ้างเป็นติวเตอร์สอนความรู้ ซึ่งคุณอาจต้องลองทบทวนดูว่าอะไรที่คุณสามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้ และไม่แน่ว่าอาชีพเสริมอาจกลายเป็นอาชีพหลักสำหรับคุณในอนาคตก็เป็นได้

 


7.รักษาเงินก้อนที่ได้รับ

 

เมื่อตกงานจะได้รับเงินก้อนจากที่ทำงานเดิมเพื่อเป็นค่าตกใจ  แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบนำเงินก้อนนั้นไปใช้หรือนำไปปลดหนี้ทั้งก้อน ควรบริหารเงินก้อนนั้นให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด 

 

ด้วยการจัดสรรเงินให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตและจ่ายหนี้ได้อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติจนกว่าจะหางานใหม่ทำได้หรือจนกว่าจะตั้งหลักได้ว่าคุณจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร+

 

 

8.Upskill & Reskill อยู่เสมอ

 

ในช่วงตกงานอย่าปล่อยเวลาว่างให้เปล่าประโยชน์ ยิ่งเป็นคนวัยกลางคนความรู้ความสามารถในอดีตนั้นล้าสมัยไปแล้ว  ควรพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้พร้อม

 

ด้วยการเข้าอบรมคอร์สออนไลน์ในสกีลใหม่ๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคต เช่น  Digital Skill , Soft Skill , Data Analytic , UX /UI เป็นต้น 

 

รวมถึงการพัฒนาทักษะของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมและปรับจุดด้อยให้ดีกว่าเก่า จึงจะทำให้คุณมีโอกาสหางานใหม่ได้ง่ายขึ้นและมีโอกาสหางานในตัวเลือกที่ดีกว่าตำแหน่งงานเดิม 

 


9.ออกจาก Comfort Zone เลือกทางเดินใหม่ของชีวิต

 

เพราะอยู่ในวัยช่วงกลางคน ทำให้บางคนยากที่จะหางานใหม่ทำได้  เนื่องจากวัยที่มาก ฐานเงินเดือนที่สูงจึงไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่บริษัทต่างๆ จะว่าจ้างให้คุณเข้าไปทำงาน

 

ถ้าหากศักยภาพหรือโปรไฟล์ของคุณไม่ได้โดดเด่นเหนือกว่าคนทั่วไป และเนื่องจากทำงานกินเงินเดือนมากว่า 20 ปีทำให้บางคนเกิดความเบื่อหน่ายกับการทำงานออฟฟิศ  เมื่อตกงานจึงทำให้บางคนที่พอมีทุนทรัพย์ตัดสินใจเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่

 

ซึ่งถ้าหากเคยมีประสบการณ์อยู่บ้าง การเริ่มอาชีพใหม่ให้ตัวเอง แทนที่จะไปหางานทำใหม่ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ ดูเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แม้ภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้จะเปราะบางหากจะเริ่มต้นลงทุน  ต้องไม่ลืมว่าในที่สุดเศรษฐกิจจะกลับฟื้นคืนอีกครั้งเมื่อวิกฤตสิ้นสุดลง  

 

ในช่วงนี้อาจลองศึกษาหาข้อมูลในการลงทุนทำธุรกิจโดยเอาประสบการณ์จากการทำงานมากว่า 20 ปีมาประยุกต์ใช้ เมื่อวิกฤตทุเลาลงจะได้เริ่มต้นธุรกิจใหม่และเป็นถนนสายใหม่สู่ชีวิตการทำงานที่คุณไม่ต้องเป็นลูกจ้างใครอีกต่อไป

 

ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอบนโลกใบนี้ งานประจำก็เช่นเดียวกัน เมื่อตกงาน อย่าได้ผิดหวังหรือท้อแท้หมดกำลังใจไป อย่างไรเสียย่อมมีแสงสว่างส่องที่ปลายอุโมงค์อยู่เสมอ เหมือนกับชีวิตของคนเราย่อมมีขึ้นและมีลง เพื่อความไม่ประมาทในชีวิตควรมีเงินสำรองฉุกเฉินติดบัญชีไว้ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายรายเดือนของคุณอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการตกงานหรือมีเหตุจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินก้อนกระทันหัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์นี้ทุกคน...สู้ๆ

 

ข้อมูล : SCB

ภาพโดย Leon Gerardo Cholula จาก Pixabay 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง